‹ บทความทั้งหมด
บทความ · October 28, 2026

เทรดทอง (XAUUSD) ช่วงเวลาไหนดี วิธีดูจังหวะ Volume เข้าตลาดตามเวลาไทยไม่ให้โดนสับหลอก

เทรดทองช่วงเวลาไหนดี สรุปตารางเวลาเปิดปิดตลาดเอเชีย ลอนดอน และนิวยอร์กตามเวลาไทย วิธีดูจังหวะ Volume เข้าตลาดเพื่อดักจังหวะกวาดสภาพคล่องด้วยระบบ R

เทรดทอง (XAUUSD) ช่วงเวลาไหนดี วิธีดูจังหวะ Volume เข้าตลาดตามเวลาไทยไม่ให้โดนสับหลอก

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรดทองคำ (XAUUSD) และคู่เงินหลักคือช่วงเปิดตลาดลอนดอน (14:00 ถึง 17:00 น. เวลาไทย) และช่วงตลาดลอนดอนซ้อนทับกับนิวยอร์ก (19:00 ถึง 22:30 น. เวลาไทย) เพราะเป็นช่วงที่สถาบันการเงินทั่วโลกส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามาพร้อมกันจนเกิด Volume สูงสุดของวันครับ ในทางกลับกัน ช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดคือช่วงเช้ามืดหลังตลาดนิวยอร์กปิดและช่วงกลางวันของตลาดเอเชียที่ Volume บางเฉียบ ซึ่งกราฟมักแกว่งตัวไร้ทิศทางและกิน Stop Loss รายย่อยซ้ำซาก

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมใช้ท่าเทรดเดียวกันเป๊ะ ตีโซนเหมือนกันทุกอย่าง แต่พอกดเข้าเทรดตอนสิบโมงเช้า กราฟกลับนิ่งสนิทอยู่สามชั่วโมงแล้วค่อยๆ ไหลซึมมาชน Stop Loss แบบน่าหงุดหงิด พอตกค่ำตอนสองทุ่ม เราไม่กล้ากดเข้าแล้ว กราฟกลับพุ่งทะยานจากโซนเดิมวิ่งไปถึงเป้า +3R ภายในเวลาแค่ 20 นาที! ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณตีโซนผิดนะครับ แต่อยู่ที่คุณ "เข้าเทรดผิดเวลา" ในจังหวะที่ยังไม่มีเงินก้อนใหญ่ของสถาบันการเงินเข้ามาขับเคลื่อนตลาดต่างหาก

ในบทความนี้ ผมจะพาคุณมาผ่าตารางเวลาของตลาดทองคำและคู่เงินตามเวลาประเทศไทยแบบละเอียดชั่วโมงต่อชั่วโมง อธิบายให้เห็นว่าทำไม การอ่าน Volume ถึงแยกไม่ออกเลยจากเรื่องของเซสชันเวลา (Market Sessions) พร้อมแจกขั้นตอนการวางแผนดักจังหวะกวาดสภาพคล่องช่วงเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์กด้วย ระบบ R เพื่อเปลี่ยนให้คุณเป็นเทรดเดอร์ที่เลือกออกอาวุธเฉพาะช่วงเวลาที่ได้เปรียบที่สุดครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษาพื้นฐานตลาด สามารถเข้าไปปูพื้นฐานโครงสร้างราคาได้ที่หน้า เรียนเทรดพื้นฐาน และดูวิดีโอสอนอ่านกราฟเปล่าได้ที่ คอร์สเรียนฟรี ควบคู่ไปกับบทความนี้ได้เลยครับ

คลิปประกอบ: คุณกำลังเทรดผิดเวลาหรือเปล่า?

ใครที่ชอบเปิดกราฟขึ้นมาปุ๊บก็พยายามหาจุดกดเข้าเทรดทันทีโดยไม่เคยดูนาฬิกาเลยว่าตอนนั้นธนาคารฝั่งไหนเปิดทำการอยู่ ผมแนะนำให้ดูคลิปนี้ก่อนเลยครับ แล้วคุณจะเข้าใจทันทีว่าแค่ตัดช่วงเวลาที่ไม่มี Volume ทิ้งไป อัตราชนะของคุณจะพุ่งขึ้นทันที

คุณกำลังเทรดผิดเวลาหรือเปล่า? (YouTube)

ทำไม "เวลา" ถึงเป็นตัวกำหนดปริมาณ Volume และความแม่นยำของหน้าเทรด

ตลาดทองคำ (XAUUSD) และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ก็จริงครับ แต่คำว่า "ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง ไม่ได้แปลว่าน่าเทรดทั้ง 24 ชั่วโมง" เพราะคนที่ทำให้กราฟทองคำวิ่งได้ครั้งละ 1,500 ถึง 3,000 จุด ไม่ใช่เทรดเดอร์รายย่อยที่กดออเดอร์ผ่านมือถือครับ แต่คือธนาคารพาณิชย์ระดับโลก กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในลอนดอนและนิวยอร์ก

เมื่อไหร่ที่โต๊ะเทรดของสถาบันเหล่านี้ยังไม่เปิดทำงาน ปริมาณคำสั่งซื้อขายในระบบหรือ Order Flow จะเบาบางมาก ส่งผลให้เกิดอาการ 3 อย่างที่ทำร้ายพอร์ตรายย่อยเป็นประจำ:

  1. ราคาไม่ยอมวิ่งออกจากโซน: ต่อให้ราคาย่อลงมาแตะโซน Demand และ Supply ที่สวยแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคำสั่งซื้อก้อนใหญ่เข้ามาดัน กราฟก็จะแช่อยู่ตรงนั้นเป็นชั่วโมง
  2. เกิดการเบรกหลอก (False Breakout) บ่อยมาก: ในช่วงที่สภาพคล่องบาง เพียงแค่มีคำสั่งซื้อขายขนาดกลางโยนเข้ามา ราคาก็สามารถกระชากทะลุแนวรับแนวต้านย่อยออกไปหลอกให้คนกดตาม ก่อนจะหมดแรงแล้วไหลกลับเข้ากรอบเดิม
  3. ต้นทุนค่า Spread เทียบกับระยะวิ่งไม่คุ้มค่า: ในช่วงที่ตลาดเงียบ ระยะการแกว่งตัวเฉลี่ยต่อแท่งแคบมาก ทำให้การวาง Stop Loss (SL) และการหวังผลกำไรระดับ 2R ถึง 3R ทำได้ยากมาก

ตารางเปรียบเทียบ 4 ช่วงเวลาตลาดตามเวลาไทย: ช่วงไหนทำเงิน ช่วงไหนควรพัก

ตารางเวลาเทรดทองคำ (XAUUSD) ตามเวลาไทย แสดงพฤติกรรม Volume ในช่วงเอเชีย ลอนดอน นิวยอร์ก และช่วง Rollover
กราฟแสดงปริมาณ Volume เฉลี่ยตามเวลาประเทศไทย: จุดพีคที่สุดอยู่ในช่วงเปิดตลาดลอนดอนและช่วงลอนดอนซ้อนทับกับนิวยอร์ก

เพื่อให้คุณจัดตารางชีวิตและวางแผนเฝ้าจอได้อย่างคุ้มค่า ลองดูตารางเปรียบเทียบพฤติกรรมของทองคำ (XAUUSD) และคู่เงินหลักในทั้ง 4 ช่วงเวลาตามเวลาประเทศไทยด้านล่างนี้ครับ

ช่วงเวลาตลาด (เวลาไทย UTC+7) ปริมาณ Volume เฉลี่ย พฤติกรรมหลักของกราฟทองคำ (XAUUSD) กลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับสาย Volume
เซสชันเอเชีย (06:00 ถึง 13:30 น.) ต่ำถึงปานกลาง สร้างกรอบสะสมแคบๆ (Asian Range) เคลื่อนไหวประมาณ 500 ถึง 1,000 จุด งดไล่เบรกเอาต์ ใช้เป็นช่วงตีกรอบ High และ Low ของเอเชียเพื่อรอดักเล่นตอนบ่าย
เปิดตลาดลอนดอน (14:00 ถึง 17:30 น.) สูงมาก (รอบที่ 1) มักวิ่งไปกวาด High หรือ Low ของกรอบเอเชีย (Judas Swing) ก่อนเลือกทิศทางหลักของวัน รอสัญญาณ Stop Hunt ที่ขอบกรอบเอเชียหรือโซน H1 แล้วเข้าเมื่อมี Volume รับของ
ลอนดอนซ้อนนิวยอร์ก (19:00 ถึง 22:30 น.) สูงที่สุดของวัน (Peak) ข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกาศ กราฟวิ่งแรงและไกลที่สุด 1,500 ถึง 4,000+ จุด เทรดตามโครงสร้างหลักโดยใช้เส้น VWAP และโซน Volume H1 ดักจังหวะย่อตัวหรือกลับตัว
ปลายนิวยอร์กและ Rollover (23:30 ถึง 05:30 น.) ลดลงเร็วและบางมาก สถาบันปิดโพสิชันทำกำไร สเปรดถ่างกว้างมากในช่วง 04:00 ถึง 05:15 น. ปิดออเดอร์เดย์เทรดหรือล็อกกำไร ห้ามเปิดไม้ใหม่ในช่วง Rollover เด็ดขาด

หมายเหตุเรื่องเวลาออมแสง (Daylight Saving Time): ในช่วงฤดูร้อนของยุโรปและสหรัฐฯ (ประมาณเดือนมีนาคมถึงตุลาคม) ตลาดลอนดอนจะเริ่มคึกคักตั้งแต่ 14:00 น. และนิวยอร์กเริ่ม 19:00 น. ส่วนในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายนถึงมีนาคม) เวลาเปิดจะขยับช้าลง 1 ชั่วโมงเป็น 15:00 น. และ 20:00 น. ตามลำดับครับ

ผ่าวงจร 3 ช่วงของวัน (Asia -> London -> New York): สูตรอ่านเกมรายใหญ่

ความลับที่ทำให้เทรดเดอร์สาย Volume อ่านเกมขาดกว่าคนทั่วไป คือเราไม่ได้มองแต่ละเซสชันแยกขาดจากกันครับ แต่เรามองทั้ง 3 เซสชันเป็น "ละครเรื่องเดียวกันที่มี 3 องก์" ดังภาพประกอบด้านล่างนี้ครับ

แผนภาพ 3 ช่วงของวัน กรอบสะสมเอเชีย การกวาดสภาพคล่องช่วงเปิดตลาดลอนดอน และการวิ่งขยายเทรนด์ช่วงนิวยอร์ก
วงจรมาตรฐานรายวัน: เอเชียสร้างกรอบสะสมสภาพคล่อง ลอนดอนกวาด Stop Loss เพื่อเก็บของ และนิวยอร์กขยายเทรนด์หรือกลับตัว

องก์ที่ 1: เอเชียสร้างกรอบสะสมสภาพคล่อง (Asian Accumulation)

ในช่วงเช้าตั้งแต่ 07:00 ถึง 13:00 น. เวลาไทย ราคาทองคำมักจะวิ่งขึ้นลงอยู่ในกรอบแคบๆ เช่น กรอบกว้าง 6 ถึง 10 ดอลลาร์ สิ่งที่เกิดขึ้นในกรอบนี้คือเทรดเดอร์รายย่อยจำนวนมากจะเข้าไปกด Buy ที่ขอบล่างของกรอบเอเชียแล้ววาง SL ไว้ใต้กรอบนิดเดียว และกด Sell ที่ขอบบนของกรอบเอเชียแล้ววาง SL ไว้เหนือกรอบนิดเดียว ทำให้บริเวณ เหนือ Asian High และใต้ Asian Low กลายเป็นบ่อสภาพคล่อง (Liquidity Pool) ก้อนโตที่รายใหญ่เล็งเห็นอย่างชัดเจน

องก์ที่ 2: ลอนดอนเปิดมากวาดสภาพคล่องแล้วเลือกทาง (London Manipulation & Expansion)

พอเข็มนาฬิกาแตะช่วง 14:00 ถึง 15:00 น. เวลาไทย เงินทุนก้อนใหญ่จากยุโรปเริ่มไหลเข้าตลาด แทนที่รายใหญ่จะดันราคาไปในทิศทางจริงทันที พวกเขามักจะดันราคาพุ่งไปกิน Stop Loss ที่ขอบด้านใดด้านหนึ่งของกรอบเอเชียก่อน!

  • เช่น ถ้าภาพใหญ่ D1 และ H1 เป็นขาขึ้น รายใหญ่มักจะทุบราคาหลุด Asian Low ลงไปหาโซน Demand H1 ด้านล่างเพื่อกวาดกิน SL ของคนฝั่ง Buy และหลอกให้คนสาย Breakout กด Sell ตามลงมา
  • ทันทีที่ราคาแตะโซน Demand H1 แท่ง Tick Volume บนกราฟ M15 และ M5 จะพุ่งสูงปรี๊ดพร้อมกับดึงไส้กลับเข้ามายืนในกรอบ นี่คือจังหวะทองคำอันดับ 1 ของวันในการหาจุดเข้า Buy ครับ

องก์ที่ 3: นิวยอร์กเข้ามาสานต่อเทรนด์หรือกวาดรอบค่ำ (New York Continuation & Reversal)

เมื่อเข้าสู่เวลา 19:00 ถึง 20:30 น. เวลาไทย ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดลอนดอนยังเปิดอยู่และตลาดนิวยอร์กเปิดเข้ามาสมทบ (Overlap) ปริมาณ Volume จะพุ่งสูงที่สุดในรอบ 24 ชั่วโมง โดยมักเกิดพฤติกรรมหลัก 2 แบบ:

  1. ย่อตัวมาที่เส้น VWAP แล้ววิ่งต่อตามเทรนด์ลอนดอน: หากช่วงบ่ายลอนดอนดันราคาทะลุกรอบขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง ช่วงต้นนิวยอร์กราคามักจะย่อตัวลงมาทดสอบเส้น Session VWAP หรือจุด POC ของวันด้วย Volume ที่แห้งลง แล้วดีดตัววิ่งต่อทำ High ใหม่ของวัน
  2. กวาด High หรือ Low ของลอนดอนแล้วกลับตัวหลังข่าว: หากช่วงบ่ายลอนดอนวิ่งขึ้นมาไกลมากจนชนโซน Supply ระดับ H4 หรือ D1 พอตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกตอน 19:30 หรือ 20:30 น. ราคาอาจพุ่งขึ้นไปกวาด High ของลอนดอนพร้อม Climax Volume แล้วทุบกลับตัวลงมาแรงๆ

ขั้นตอนการวางแผนเทรดทองคำตามเซสชันเวลา (SOP 4 ขั้นตอน)

เพื่อให้คุณนำไปปฏิบัติได้จริงโดยไม่ต้องนั่งเฝ้าจอทั้งวัน ให้ทำตามรูทีน 4 ขั้นตอนนี้ครับ:

ขั้นที่ 1: เปิดกราฟตอน 13:30 น. เพื่อตีกรอบ Asian Range และโซน H1

คุณไม่จำเป็นต้องตื่นมาเฝ้ากราฟทองคำตั้งแต่แปดโมงเช้าครับ ให้รอจนถึงเวลาประมาณ 13:30 น. (ก่อนลอนดอนเปิดครึ่งชั่วโมง) แล้วเปิดกราฟ H1 และ M15 เพื่อขีดเส้นประมาร์ก Asian High และ Asian Low เอาไว้ จากนั้นดูว่ามีโซน Demand หรือ Supply ของ H1 และเส้น POC จาก Volume Profile วางอยู่ใกล้ๆ ขอบกรอบเอเชียด้านไหน

ขั้นที่ 2: ตั้งแจ้งเตือน (Price Alert) และรอดูอาการช่วง 14:00 ถึง 16:30 น.

ตั้ง Alert ไว้ที่ขอบ Asian High และ Asian Low เมื่อราคาวิ่งทะลุขอบออกไป ห้ามรีบกดตามทันที! ให้เปิดกราฟ M15 และ M5 รอดูความสัมพันธ์ระหว่างแท่งเทียนกับ Volume:

  • ถ้าทะลุออกไปพร้อมแท่งเทียนตัวยาวตันและ Volume สูงต่อเนื่อง แปลว่าเบรกจริง ให้รอย่อตัวกลับมาเทสขอบกรอบเดิมค่อยเข้าตาม
  • ถ้าแทงหลุดขอบออกไปไปชนโซน H1 แล้วเกิดไส้เทียนยาวดึงกลับเข้ามาปิดในกรอบพร้อม Volume พุ่งสูงสุด แปลว่าเกิดการกวาดสภาพคล่อง (Sweep) ให้เตรียมเข้าสวนกลับเข้ากรอบ

ขั้นที่ 3: คัดจุดเข้าเมื่อย่อตัว Volume แห้ง และคำนวณ Lot ด้วยระบบ 1R

เมื่อเห็นแท่งยืนยันการรับของชัดเจนแล้ว ให้รอจังหวะที่ราคาย่อตัวสั้นๆ ด้วย Volume ที่ลดต่ำลง แล้วกดเข้าออเดอร์ วาง SL ไว้หลังปลายไส้ที่เพิ่งกวาดออกไป ใช้หน้า เครื่องมือคำนวณ Lot คำนวณขนาดสัญญาให้เท่ากับความเสี่ยง 1R เสมอ

ขั้นที่ 4: บริหารไม้ก่อนข่าว 19:30 น. และปิดงานก่อน 22:30 น.

หากคุณมีออเดอร์ที่ถือมาตั้งแต่รอบบ่ายลอนดอนและบวกไปเกิน +1.5R ถึง +2R แล้ว ก่อนถึงเวลาประกาศข่าวสำคัญของสหรัฐฯ ตอน 19:30 น. แนะนำให้แบ่งปิดทำกำไรบางส่วนหรือขยับ SL มาบังทุนไว้เสมอ และควรจบการเทรดรายวันภายในเวลา 22:30 น. เพื่อพักผ่อนและนำผลลัพธ์ไปบันทึกใน Trading Journal ครับ

กรณีศึกษาจริง: เทรดทองคำ (XAUUSD) รอบลอนดอนและนิวยอร์ก คิดกำไรเป็นหน่วย R

ลองมาดูตัวอย่างการเดินกราฟจริงของทองคำ (XAUUSD) ในวันเดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างคนที่ฝืนเทรดตอนเช้า กับคนที่รอดักจังหวะ Volume ในช่วงลอนดอนและนิวยอร์กครับ (พอร์ต $10,000 กำหนดความเสี่ยง 1R = 1% หรือ $100 ต่อไม้)

1. ช่วงเช้าเอเชีย (08:00 ถึง 13:30 น.): ทองคำแกว่งตัวแคบๆ อยู่ในกรอบ 2,660.00 ถึง 2,665.00 ดอลลาร์ Volume เฉลี่ยต่ำมาก เทรดเดอร์ที่รีบเข้าไปกด Buy กลางกรอบที่ 2,663.00 โดนกราฟแกว่งขึ้นลงกินเวลาไป 5 ชั่วโมงโดยไม่ได้ไปไหน

2. จังหวะเปิดตลาดลอนดอน (14:20 น. เวลาไทย):

  • ราคาทองคำทุบหลุด Asian Low ที่ 2,660.00 ลงมาแตะโซน Demand H1 ที่ระดับ 2,657.50 ดอลลาร์
  • บนกราฟ M15 เกิดแท่งไส้ล่างยาวพร้อมแท่ง Volume พุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.5 เท่า แล้วดึงกลับขึ้นมาปิดแท่งที่ 2,660.80 ดอลลาร์ (กลับเข้ามายืนในกรอบเอเชีย)
  • แท่งถัดมาราคาย่อตัวลงมาทดสอบที่ 2,659.80 ด้วย Volume ที่แห้งลงชัดเจน ผมกดเข้า Buy ที่ราคา 2,660.00 วาง SL ที่ 2,657.00 (ระยะห่าง 3.00 ดอลลาร์ หรือ 300 จุด)
  • คำนวณขนาด Lot สำหรับ 1R ($100) ได้เท่ากับ $100 ÷ $3.00 = 0.33 Lot
  • เวลา 16:15 น. ราคาวิ่งขึ้นไปทะลุ Asian High ที่ 2,665.00 และไปแตะแนวต้านแรกที่ 2,669.00 ดอลลาร์ (ระยะบวก +9.00 ดอลลาร์) ปิดทำกำไรรอบบ่ายไปได้ 9.00 ÷ 3.00 = +3.0R (+$300)!

3. จังหวะตลาดนิวยอร์กซ้อนลอนดอน (20:15 น. เวลาไทย):

  • หลังประกาศตัวเลขสหรัฐฯ ตอน 19:30 น. ราคาทองคำย่อตัวพักฐานลงมาหาเส้น Session VWAP และขอบบนของกรอบเอเชียเดิมที่บริเวณ 2,664.50 ดอลลาร์ โดยระหว่างย่อตัวลงมา Volume ค่อยๆ ลดลงต่อเนื่อง
  • เมื่อเกิดแท่งเขียว M15 ปิดยืนยันเหนือเส้น VWAP ที่ 2,665.50 พร้อม Volume กระเตื้องขึ้น เราสามารถเข้าไม้ที่สอง (หากต้องการเล่นรอบค่ำ) โดยวาง SL ที่ 2,663.00 (ระยะ 2.50 ดอลลาร์) และรันไปปิดที่เป้าหมาย 2,671.75 ดอลลาร์ ทำกำไรเพิ่มได้อีก +2.5R

เช็กลิสต์ 5 ข้อเช็กเวลาและ Volume ก่อนกดเข้าเทรดทองคำทุกครั้ง

ก่อนจะกดส่งคำสั่งซื้อขายทองคำหรือคู่เงินทุกครั้ง ให้กวาดตาเช็ก 5 ข้อนี้ให้ครบครับ:

  1. ตอนนี้อยู่ในหน้าต่างเวลาทองคำ (14:00–17:30 น. หรือ 19:00–22:30 น.) หรือไม่? ถ้าเป็นเวลาบ่ายโมงตรงหรือตีสาม ให้วางเมาส์ทันที
  2. กราฟได้ทำธุระกับขอบ Asian High หรือ Asian Low ไปหรือยัง? รอให้เห็นการกวาดสภาพคล่องหรือการเบรกด้วย Volume จริงก่อนเสมอ
  3. แท่ง Volume ปัจจุบันสูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 แท่งก่อนหน้าอย่างชัดเจนไหม? ห้ามเชื่อการเบรกหรือการกลับตัวที่เกิดพร้อม Volume บางเฉียบ
  4. ตรวจตารางข่าวกล่องแดงของวันนั้นแล้วหรือยัง? รู้เวลาที่ตัวเลข CPI, NFP หรือประกาศดอกเบี้ยจะออกล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เปิดออเดอร์ใหม่ในวินาทีที่สเปรดกำลังถ่าง
  5. ตั้งระยะ SL หลังปลายไส้และคำนวณขนาด Lot ให้เท่ากับ 1R แล้วหรือยัง? โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่กำลังเทรดเพื่อ สอบกองทุน Prop Firm การคุมความเสี่ยงรายวันไม่ให้เกิน -2R คือหัวใจของความอยู่รอดครับ

FAQ

คนทำงานประจำ ไม่มีเวลาเทรดช่วงบ่ายลอนดอน ควรเทรดทองคำช่วงเวลาไหนดี? คนทำงานประจำสามารถโฟกัสเฉพาะ ช่วงตลาดนิวยอร์ก (19:00 ถึง 22:30 น. เวลาไทย) เพียงช่วงเดียวได้เลยครับ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงหลังเลิกงานพอดีและมีปริมาณ Volume สูงที่สุดของวัน คุณสามารถใช้เวลาตอน 19:00 น. ดูว่าช่วงบ่ายลอนดอนได้สร้างโครงสร้างหรือกวาดโซนไหนไปแล้วบ้าง แล้วรอดักจังหวะย่อตัวมาที่เส้น VWAP หรือโซน Volume ย่อยเพื่อเข้าเทรดเพียงวันละ 1 ถึง 2 ไม้ที่มีคุณภาพก็เพียงพอแล้วครับ

ทำไมห้ามเทรดทองคำในช่วงตี 4 ถึงตี 5 ตามเวลาไทยเด็ดขาด? ช่วงเวลาประมาณ 04:00 ถึง 05:15 น. เวลาไทย คือช่วงปิดตลาดนิวยอร์กและเปลี่ยนผ่านวันทำการของธนาคาร (Rollover) ครับ ในช่วงนี้ผู้ให้บริการสภาพคล่องจะถอนคำสั่งซื้อขายออกชั่วคราว ทำให้ค่า Spread ของทองคำถ่างกว้างขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว บางครั้งถ่างกว้างถึง 80 หรือ 150 จุด ซึ่งสามารถเกี่ยวโดน Stop Loss หรือทำให้เปิดออเดอร์ในราคาที่เสียเปรียบอย่างหนักได้ทันทีครับ

วันจันทร์เช้ากับคืนวันศุกร์ดึก มีข้อควรระวังในการเทรดทองคำยังไงบ้าง? เช้าวันจันทร์เป็นช่วงที่ตลาดเพิ่งเปิดและกำลังรอทิศทางจากยุโรป ทำให้ Volume บางมาก แนะนำให้รอเริ่มเทรดตั้งแต่ช่วงบ่ายลอนดอนของวันจันทร์เป็นต้นไปครับ ส่วนคืนวันศุกร์หลังเวลา 22:00 น. เวลาไทย สถาบันการเงินมักจะทยอยปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยงก่อนหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้กราฟอาจวิ่งกระชากสวนเทรนด์หรือซึมนิ่ง แนะนำให้ปิดจบงานประจำสัปดาห์ก่อนสี่ทุ่มวันศุกร์ครับ

ถ้าช่วงตลาดเอเชียวันไหนทองคำวิ่งแรงผิดปกติ 1,500 จุด ตอนบ่ายลอนดอนควรทำยังไง? ในบางวันที่เกิดข่าวภูมิรัฐศาสตร์หรือธนาคารกลางฝั่งเอเชียประกาศนโยบายจนทองคำวิ่งแรงตั้งแต่เช้า เมื่อเข้าสู่ตลาดลอนดอนตอนบ่าย กราฟมักจะไม่วิ่งเป็นเส้นตรงต่อทันที แต่จะสร้างกรอบพักตัวหรือย่อตัวกลับมาหาเส้น Session VWAP ก่อน ดังนั้นห้ามกดไล่ราคาที่ยอดของช่วงเช้าเด็ดขาด ให้รอราคาย่อกลับมาทดสอบโซนราคาปิดของแท่ง Volume สูงหรือเส้น VWAP ในช่วงบ่ายค่อยหาจังหวะเข้าครับ

การดูเวลาตลาดใช้กับคู่เงินอย่าง EURUSD และ GBPUSD เหมือนกับทองคำไหม? ใช้หลักการเดียวกันเป๊ะเลยครับ สำหรับคู่เงินที่มีฝั่งยุโรปอย่าง EURUSD และ GBPUSD ช่วงเวลา 14:00 ถึง 17:00 น. (ตลาดลอนดอน) และ 19:00 ถึง 22:00 น. (ลอนดอนซ้อนนิวยอร์ก) คือช่วงที่ Volume หนาแน่นและกราฟวิ่งเคารพโซน Volume แม่นยำที่สุดเช่นเดียวกับทองคำครับ

สรุป

การรู้ว่า "เทรดทองช่วงเวลาไหนดี" ช่วยประหยัดทั้งเงินทุนในพอร์ตและเวลาในชีวิตของคุณได้อย่างมหาศาลครับ เพียงแค่คุณหยุดฝืนเทรดในช่วงที่ตลาดไร้สภาพคล่อง แล้วเปลี่ยนมาเตรียมแผนรอจังหวะที่สถาบันการเงินส่งคำสั่งเข้าตลาดในช่วงเปิดลอนดอน (14:00 น.) และช่วงนิวยอร์กซ้อนลอนดอน (19:00 ถึง 22:30 น.) ควบคู่กับการอ่าน การเทรดด้วย Volume และการคุมความเสี่ยงด้วย ระบบ R คุณจะพบว่าการเทรดกลายเป็นเรื่องที่เป็นระบบและลดความเครียดลงไปได้มากเลยครับ

ถ้าอยากเห็นการอ่าน Volume กับกราฟจริงเพิ่มเติม ผมลงคลิปเรื่อง Volume และการอ่านตลาดไว้ที่ช่อง YouTube Volume Trader Thailand ครับ

อ่านต่อ: บทความที่เกี่ยวข้อง

VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิกแล้ว รุ่นสองกำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ ลงชื่อรอรุ่นสอง เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที

เนื้อหาเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง


VT School · รุ่นสอง Coming Soon

รุ่นใหม่ใกล้เปิดแล้ว

VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิก ลงชื่อไว้ เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที

ลงชื่อรอรุ่นสอง ›
‹ ดูบทความอื่นๆ
Volume Trader Thailand

สอนเทรดด้วยการอ่าน Volume แบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ ดูฟรีบน YouTube แล้วมาฝึกจริงจังด้วยกันใน VT School

© 2026 Volume Trader Thailand
· การเทรดมีความเสี่ยง