‹ บทความทั้งหมด
บทความ · October 23, 2026

Order Block ดูยังไง? วิธีคัดโซน OB ที่ใช้ได้จริงด้วย Volume ไม่ใช่ตีทุกแท่งบนกราฟ

Order Block ดูยังไงไม่ให้โดนหลอก สอนคัด OB ด้วย Volume ที่แท่งต้นทาง แรงส่งทำ BOS และ Volume ตอนกลับมาทดสอบ พร้อมสกอร์การ์ด 4 ข้อและตัวอย่างคำนวณ R

Order Block ดูยังไง? วิธีคัดโซน OB ที่ใช้ได้จริงด้วย Volume ไม่ใช่ตีทุกแท่งบนกราฟ

คำถามที่ผมเจอบ่อยที่สุดจากคนที่เพิ่งเรียน SMC คือ "Order Block ดูยังไง ทำไมตีแล้วโดนทะลุตลอด" ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หาไม่เจอครับ แต่อยู่ที่หาเจอ "มากเกินไป" เพราะนิยามแบบตำราคือ แท่งเทียนสีตรงข้ามแท่งสุดท้ายก่อนราคาพุ่ง ซึ่งบนกราฟ M15 วันเดียวก็มีให้ตีเป็นสิบโซน พอทุกโซนดูเหมือนกันหมด เราก็เลือกไม่ถูก สุดท้ายเข้าโซนที่ไม่มีใครรออยู่จริง แล้วโดน SL ซ้ำ ๆ

สิ่งที่ตำรา SMC ส่วนใหญ่ไม่ได้บอกคือ Order Block ที่แข็งแรงต้องมีร่องรอยของเงินก้อนใหญ่ทิ้งไว้ และร่องรอยนั้นเห็นได้ชัดที่สุดจาก Volume ของแท่งต้นทาง ถ้าแท่งที่เราตีเป็น OB มี Volume เท่าแท่งปกติ แปลว่าไม่มีใครใส่ออเดอร์หนัก ๆ ไว้ตรงนั้น โซนนั้นก็เป็นแค่รูปทรงบนกราฟ ไม่ใช่โซนที่มีออเดอร์ค้างอยู่

ในบทความนี้ Volume Trader Thailand จะสอนวิธีคัด Order Block ด้วยสกอร์การ์ด 4 ข้อ ที่ใช้ การอ่าน Volume เป็นตัวกรองหลัก พร้อมตัวอย่างคำนวณ R บนกราฟทองคำ (XAUUSD) ให้เห็นว่าการคัดโซนให้น้อยลงแต่คมขึ้น ทำให้ผลรวมของพอร์ตเปลี่ยนไปยังไง ถ้ายังไม่แม่นพื้นฐานเรื่องแรงซื้อแรงขาย แนะนำอ่าน Order Flow คืออะไร ประกอบด้วยครับ

คลิปประกอบ: ตีโซนก่อนเทรดด้วย Volume ทำยังไง?

คลิปนี้ผมสาธิตการตีโซนก่อนเทรดด้วย Volume แบบทีละขั้น ใช้หลักเดียวกับการคัด Order Block ในบทความนี้ คือดูว่าแท่งต้นทางของโซนมี Volume เข้ามาจริงไหม ก่อนจะยอมเสียเวลารอราคากลับมา

ตีโซนก่อนเทรดด้วย Volume ทำยังไง? (YouTube)

Order Block คืออะไร และทำไม Volume ถึงเป็นตัวตัดสินว่า OB ใช้ได้หรือไม่

ถ้าแปลแบบภาษาคนเทรด Order Block (OB) คือบริเวณที่ผู้เล่นรายใหญ่ทยอยเปิดออเดอร์ก้อนใหญ่จนราคาถูกดันออกไปแรง ๆ ฝั่ง Buy OB มักเป็นแท่งแดงแท่งสุดท้ายก่อนราคาพุ่งขึ้น ส่วน Sell OB คือแท่งเขียวแท่งสุดท้ายก่อนราคาทิ้งตัวลง เหตุผลที่ราคามักกลับมาทดสอบโซนนี้คือ รายใหญ่ไม่สามารถเติมออเดอร์ได้ครบในครั้งเดียว ยังมีออเดอร์ค้างรออยู่

ปัญหาคือ "ร่องรอยของรายใหญ่" ไม่ได้อยู่ที่สีของแท่งเทียน แต่อยู่ที่ ปริมาณการซื้อขาย ถ้าใส่เงินจริงหลายร้อยล็อต แท่งนั้นต้องมี Volume โดดออกมาจากแท่งรอบ ๆ อย่างชัดเจน นี่คือเหตุผลที่ผมใช้ Volume เป็นตัวกรองด่านแรก

เปรียบเทียบ Order Block ที่ใช้ได้ซึ่งมี Volume สูงที่แท่งต้นทาง กับ Order Block หลอกที่ Volume เท่าแท่งปกติ
เปรียบเทียบ Order Block ที่ใช้ได้ซึ่งมี Volume สูงที่แท่งต้นทาง กับ Order Block หลอกที่ Volume เท่าแท่งปกติ

ดูจากภาพจะเห็นว่ารูปทรงของ OB ทั้งสองฝั่งเกือบเหมือนกัน แต่ฝั่งซ้ายแท่งต้นทาง (สีเหลือง) มี Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ยชัดเจน ตามด้วยแท่งที่ดันราคาทำ BOS พร้อม Volume หนัก ส่วนตอนราคากลับมาทดสอบ Volume เบาลง แปลว่าฝั่งขายหมดแรง ขณะที่ฝั่งขวา Volume ที่ต้นทางเท่าแท่งปกติ ราคาขึ้นแบบซึม ๆ และตอนกลับมาทดสอบ Volume ฝั่งขายกลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนทะลุโซน

เปรียบเทียบ: ตี Order Block ตามรูปทรง vs คัด Order Block ด้วย Volume

ประเด็น ตี OB ตามรูปทรงแท่งเทียน คัด OB ด้วย Volume
จำนวนโซนต่อวัน (M15) 8–12 โซน เลือกไม่ถูก 1–3 โซนที่ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์แท่งต้นทาง แค่เป็นแท่งสีตรงข้ามแท่งสุดท้าย Volume ≥ 1.5 เท่า ของค่าเฉลี่ย 20 แท่ง
การยืนยันแรงส่ง ไม่ได้เช็ก ต้องทำ BOS ชัด ไม่มีไส้ยาวสวน
ตอนราคากลับมาทดสอบ เข้าทันทีที่แตะโซน รอ Volume เบาลงตอนวิ่งเข้าโซน แล้วมีแท่งปฏิเสธ
ผลที่มักเจอ โดน SL ถี่ เพราะโซนไม่มีออเดอร์ค้างจริง เข้าน้อยลง แต่ R ต่อไม้เฉลี่ยดีขึ้น

4 ขั้นตอนคัด Order Block ด้วย Volume (สกอร์การ์ด 4 ข้อ)

ผมให้คะแนนแต่ละโซนข้อละ 1 คะแนน ผ่าน 4/4 เข้าได้ความเสี่ยงเต็ม ผ่าน 3/4 เข้าได้แต่ลดขนาดเหลือครึ่งหนึ่ง ต่ำกว่านั้นปล่อยผ่านทั้งหมด ไม่ต้องเสียดาย

สกอร์การ์ดคัด Order Block 4 ข้อ Volume แท่งต้นทาง แรงส่งทำ BOS โซนยังไม่ถูกใช้ และ Volume ตอนกลับมาทดสอบ
สกอร์การ์ดคัด Order Block 4 ข้อ Volume แท่งต้นทาง แรงส่งทำ BOS โซนยังไม่ถูกใช้ และ Volume ตอนกลับมาทดสอบ

ขั้นที่ 1: เช็ก Volume แท่งต้นทาง (ด่านที่ตัดโซนทิ้งได้มากที่สุด)

เปิดเส้นค่าเฉลี่ย Volume 20 แท่ง แล้วดูว่าแท่งที่เราจะตีเป็น OB หรือแท่งที่อยู่ติดกัน (1–2 แท่ง) มี Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 1.5 เท่าหรือไม่ ถ้าไม่ถึง ตัดทิ้งทันที บนกราฟทองคำ ช่วงที่ OB มักมี Volume จริงคือช่วงเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก ส่วน OB ที่เกิดช่วงเช้าเอเชียตอน Volume แห้ง ส่วนใหญ่ไม่ผ่านด่านนี้

ขั้นที่ 2: ดูแรงส่งว่าทำ BOS ได้จริงไหม

OB ที่ดีต้องพาราคา "หนี" ออกจากโซนได้แรงและทำลายโครงสร้างเดิม (Break of Structure) ถ้าราคาขยับออกมานิดเดียวแล้วกลับมาวนในกรอบ แปลว่าออเดอร์ที่ใส่ไม่ได้ใหญ่พอจะเปลี่ยนทิศตลาด

ขั้นที่ 3: ต้องเป็นการกลับมาทดสอบครั้งแรก (Fresh Zone)

ทุกครั้งที่ราคากลับมาแตะโซน ออเดอร์ที่ค้างอยู่จะถูกใช้ไปส่วนหนึ่ง การทดสอบครั้งที่ 2–3 จึงมีโอกาสทะลุสูงขึ้นมาก ผมให้คะแนนเฉพาะการทดสอบครั้งแรกเท่านั้น

ขั้นที่ 4: Volume ตอนกลับมาทดสอบต้องเบาลง แล้วมีแท่งปฏิเสธ

นี่คือจุดที่ทำให้เข้าเทรดแม่นยำขึ้นมาก ถ้าราคาวิ่งเข้าโซนด้วย Volume เบา แปลว่าฝั่งตรงข้ามไม่ได้ทุ่มจริง แค่ราคาไหลกลับมา เมื่อเจอแท่งปฏิเสธ (ไส้ยาวหรือแท่งกลืนกิน) พร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้น นั่นคือสัญญาณว่าออเดอร์เดิมของรายใหญ่กำลังทำงาน ดูวิธีจับจังหวะแบบนี้เพิ่มเติมได้ใน วิธีเทรดด้วย Volume

ตัวอย่างคำนวณ R: ทำไมเข้าน้อยลงแต่พอร์ตโตกว่า

สมมติพอร์ต 5,000 ดอลลาร์ เสี่ยงไม้ละ 1% = 50 ดอลลาร์ (1R) บนกราฟทองคำ M15

  • Buy OB ผ่าน 4/4: โซน 2,341.0–2,344.0 เข้า Buy Limit ที่ 2,344.0 SL ใต้โซน 2,339.5 (ระยะ 4.5 ดอลลาร์) เป้าหมายคือ High เดิม 2,357.5 = กำไร 13.5 ดอลลาร์ = 3R
  • ขนาด Lot: 50 ÷ (4.5 × 100) = 0.11 lot

ลองเทียบ 2 แนวทางในรอบ 20 ไม้:

แนวทาง จำนวนไม้ Win Rate R:R เฉลี่ย ผลรวม
ตีทุก OB ตามรูปทรง 20 30% 1 : 2 (6 × 2R) − (14 × 1R) = −2R
คัดเฉพาะ OB 3/4 ขึ้นไป 8 50% 1 : 3 (4 × 3R) − (4 × 1R) = +8R (+400$)

จะเห็นว่าแม้จำนวนไม้ลดลงเกินครึ่ง แต่ผลรวมพลิกจากติดลบเป็นบวก 8R เพราะเราตัดโซนที่ไม่มีเงินจริงอยู่เบื้องหลังทิ้งไปตั้งแต่แรก แพ้ 2 ไม้ ชนะ 1 ไม้ที่ 3R พอร์ตก็ยังบวก

เช็กลิสต์ 5 ข้อก่อนเข้าเทรดที่ Order Block

  1. แท่งต้นทางหรือแท่งติดกันมี Volume ≥ 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 แท่งหรือยัง
  2. ราคาออกจากโซนแรงจนทำ BOS ชัดเจน ไม่ใช่ขยับออกมาแล้ววนกลับ
  3. นี่คือการกลับมาทดสอบครั้งแรกของโซนนี้หรือไม่
  4. ตอนวิ่งกลับเข้าโซน Volume เบาลง และมีแท่งปฏิเสธยืนยันแล้ว
  5. คำนวณ SL ใต้/เหนือโซน แล้วได้ R:R อย่างน้อย 1:2 และขนาด Lot ตรงกับ 1R

FAQ

Order Block กับ Demand Supply Zone ต่างกันยังไง? หลักคิดคล้ายกันคือเป็นบริเวณที่มีออเดอร์ค้าง แต่ Order Block เจาะจงที่แท่งเทียนแท่งสุดท้ายก่อนราคาพุ่ง จึงเป็นโซนที่แคบกว่าและวาง SL ได้สั้นกว่า ส่วน Demand Supply Zone มักครอบหลายแท่งในช่วงฐานราคา ไม่ว่าจะใช้แบบไหน ตัวกรองเดียวกันคือ Volume ที่ต้นทางต้องสูงจริง

ต้องดู Order Block ในไทม์เฟรมไหน? แนะนำให้หา OB หลักใน H1 หรือ H4 เพื่อดูโซนที่มีน้ำหนัก แล้วลงไปดูพฤติกรรมราคาและ Volume ตอนกลับมาทดสอบใน M15 หรือ M5 วิธีนี้ทำให้ได้โซนที่มีความหมายและ SL ที่กระชับในเวลาเดียวกัน

Volume บนกราฟ Forex เป็น Tick Volume ใช้คัด Order Block ได้จริงไหม? ใช้ได้ครับ เพราะเราไม่ได้ต้องการตัวเลขสัญญาจริง แต่ต้องการดู ความผิดปกติเมื่อเทียบกับแท่งรอบข้าง ซึ่ง Tick Volume สะท้อนความคึกคักของการซื้อขายได้ดีพอ โดยเฉพาะกับทองคำที่จังหวะ Volume พุ่งมักตรงกับ Gold Futures

ถ้า OB ผ่านแค่ 2 ข้อจาก 4 ข้อ ควรเข้าไหม? ไม่ควรครับ คะแนน 0–2 คือปล่อยผ่าน การฝืนเข้าโซนคะแนนต่ำคือสาเหตุหลักที่ทำให้ Win Rate ตก ถ้าอยากฝึกจริง ให้จดโซนเหล่านั้นในบันทึกเทรดแล้วดูผลย้อนหลัง จะเห็นเองว่าโซนคะแนนต่ำโดนทะลุบ่อยแค่ไหน

ควรวาง SL ที่ Order Block ห่างแค่ไหน? วางหลังขอบโซนฝั่งตรงข้ามเผื่อระยะสเปรดและไส้เทียนเล็กน้อย สำหรับทองคำใน M15 มักอยู่ราว 0.5–1.0 ดอลลาร์ ถัดจากขอบโซน จากนั้นปรับขนาด Lot ให้ความเสี่ยงเท่ากับ 1R เสมอ แทนการบีบ SL ให้แคบเกินจริง

สรุป

คำตอบของคำถาม "Order Block ดูยังไง" ไม่ใช่การหาแท่งสีตรงข้ามให้เจอเยอะที่สุด แต่คือการคัดให้เหลือเฉพาะโซนที่มีเงินจริงอยู่เบื้องหลัง ใช้สกอร์การ์ด 4 ข้อ ได้แก่ Volume แท่งต้นทาง แรงส่งทำ BOS โซนที่ยังไม่ถูกใช้ และ Volume ตอนกลับมาทดสอบ แล้วผูกทุกไม้เข้ากับระบบ R คุณจะเทรดน้อยลง แต่แต่ละไม้มีเหตุผลรองรับมากขึ้น

ถ้าอยากฝึกอ่าน Volume แบบเป็นระบบ มีตัวอย่างกราฟจริงและการบ้านให้ทำทุกบท ดูรายละเอียดคอร์สและชุมชน VT School ได้ที่ volumetraderthailand.com ครับ

อ่านต่อ: บทความที่เกี่ยวข้อง

VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิกแล้ว รุ่นสองกำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ ลงชื่อรอรุ่นสอง เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที

เนื้อหาเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง

VT School · รุ่นสอง Coming Soon

รุ่นใหม่ใกล้เปิดแล้ว

VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิก ลงชื่อไว้ เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที

ลงชื่อรอรุ่นสอง ›
‹ ดูบทความอื่นๆ
Volume Trader Thailand

สอนเทรดด้วยการอ่าน Volume แบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ ดูฟรีบน YouTube แล้วมาฝึกจริงจังด้วยกันใน VT School

© 2026 Volume Trader Thailand
· การเทรดมีความเสี่ยง