‹ บทความทั้งหมด
บทความ · November 2, 2026

Pin Bar แท่งเทียนกลับตัว: วิธีแยก Pin Bar ของจริงด้วย Volume และเลือกจุดเข้าให้คุ้ม R

Pin Bar แท่งเทียนกลับตัวแบบไหนเชื่อได้ สอนวัดสัดส่วนไส้ ตำแหน่งโซน และ Volume เทียบค่าเฉลี่ย พร้อมเทียบจุดเข้า 2 แบบด้วย Expectancy และตัวอย่างคำนวณ R

Pin Bar แท่งเทียนกลับตัว: วิธีแยก Pin Bar ของจริงด้วย Volume และเลือกจุดเข้าให้คุ้ม R

Pin Bar น่าจะเป็นแท่งเทียนกลับตัวที่คนรู้จักมากที่สุด ไส้ยาว ตัวเล็ก ดูง่าย และตำราเกือบทุกเล่มบอกว่าเป็นสัญญาณกลับตัวที่แรง แต่ถ้าคุณเคยลองเข้าทุก Pin Bar ที่เห็นบนกราฟ จะรู้ว่าผลจริงไม่ได้สวยแบบในหนังสือ หลายครั้ง Pin Bar เกิดขึ้น แล้วราคาก็ทะลุไปต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เหตุผลคือ Pin Bar เป็นแค่ "ผลลัพธ์" ของการต่อสู้ในแท่งนั้น มันบอกว่าราคาถูกดันกลับ แต่ไม่ได้บอกว่า ใครดันและดันด้วยแรงเท่าไหร่ ไส้ยาวที่เกิดจากตลาดช่วงเงียบ Volume ต่ำ กับไส้ยาวที่เกิดจากการรับของก้อนใหญ่ที่แนวรับสำคัญ หน้าตาเหมือนกันทุกอย่าง แต่ความหมายต่างกันคนละเรื่อง

ในบทความนี้ผมจะสอนวิธีแยก Pin Bar ของจริงด้วย 3 เกณฑ์ ได้แก่ สัดส่วนไส้ ตำแหน่งโซน และ Volume เทียบค่าเฉลี่ย พร้อมเปรียบเทียบจุดเข้า 2 แบบด้วยตัวเลข Expectancy ว่าแบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว ถ้ายังไม่คุ้นกับการอ่านแท่ง Volume แนะนำอ่าน วิธีอ่าน Volume ก่อนครับ

คลิปประกอบ: สรุปรูปแบบแท่งเทียนสำคัญ คลิปเดียวจบ

ในคลิปนี้ผมสรุปรูปแบบแท่งเทียนสำคัญที่ใช้เทรดจริงไว้ในคลิปเดียว รวมถึง Pin Bar และแท่งไส้ยาว ดูคู่กับบทความนี้แล้วจะเห็นว่าแท่งเทียนแบบเดียวกันให้ความหมายต่างกันได้ ขึ้นกับตำแหน่งและ Volume

ดูคลิป สรุปรูปแบบแท่งเทียนสำคัญ บน YouTube

Pin Bar คืออะไร และ 3 เกณฑ์ที่ต้องผ่านก่อนเรียกว่าแท่งเทียนกลับตัว

Pin Bar คือแท่งเทียนที่มีไส้ยาวด้านหนึ่ง ตัวเทียนเล็กอยู่อีกฝั่ง สื่อว่าราคาถูกผลักไปทางหนึ่งแล้วโดนตีกลับก่อนปิดแท่ง แต่ผมจะนับเป็นสัญญาณก็ต่อเมื่อผ่านครบ 3 เกณฑ์นี้

กายวิภาค Pin Bar ที่ผ่านเกณฑ์ ไส้ล่างยาวอย่างน้อย 2 ใน 3 ของแท่ง จิ้มเข้าโซน Demand และ Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 แท่ง
Pin Bar ที่ผ่านเกณฑ์: ไส้ยาวอย่างน้อย 2 ใน 3 ของแท่ง จิ้มเข้าโซน Demand และ Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 แท่ง
  1. สัดส่วน: ไส้ฝั่งที่ปฏิเสธต้องยาวอย่างน้อย 2 ใน 3 ของความยาวทั้งแท่ง ตัวเทียนรวมไส้อีกฝั่งไม่เกิน 1 ใน 3
  2. ตำแหน่ง: ไส้ต้องจิ้มเข้าโซนที่มีความหมาย เช่น Demand/Supply, Order Block หรือ High/Low สำคัญ Pin Bar กลางกราฟไม่มีน้ำหนัก
  3. Volume: แท่ง Pin Bar ต้องมี Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 แท่ง ยิ่งเกิน 2 เท่าที่โซนสำคัญ ยิ่งบอกว่ามีคนรับของจริง

เกณฑ์ข้อ 3 คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ข้ามไป Pin Bar ที่ Volume ต่ำกว่า 1.2 เท่าของค่าเฉลี่ย ผมเรียกว่า "Pin Bar ลม" คือไส้ยาวเพราะสภาพคล่องบาง ราคาเลยสะบัดง่าย ไม่ได้มีใครตั้งใจดันกลับ

เปรียบเทียบ: Pin Bar ลม vs Pin Bar ที่มี Volume ยืนยัน

ประเด็นPin Bar ลม (Volume ต่ำ)Pin Bar ที่มี Volume ยืนยัน
Volume เทียบค่าเฉลี่ย 20 แท่งต่ำกว่า 1.2 เท่า1.5 เท่าขึ้นไป (ดีที่สุดเกิน 2 เท่า)
ตำแหน่งกลางกราฟ หรือกลางเทรนด์ไส้จิ้มเข้าโซน Demand/Supply หรือ High/Low เดิม
ช่วงเวลาที่มักเกิดช่วงเช้าเอเชีย ตลาดเงียบช่วงเปิดลอนดอน/นิวยอร์ก หรือหลังข่าว
แท่งถัดไปราคากลับมากินไส้ภายใน 1–2 แท่งราคาไปต่อทางที่ปฏิเสธ ไม่กลับมากินไส้
ควรทำอะไรข้ามไปวางแผนเข้าตามจุดเข้า A หรือ B

4 ขั้นตอนเทรด Pin Bar ด้วย Volume

ขั้นที่ 1: มาร์กโซนก่อน แล้วค่อยรอ Pin Bar

อย่าเริ่มจากการหา Pin Bar แต่ให้เริ่มจากโซนที่มีความหมายใน H1/H4 ก่อน แล้วรอให้ราคาเข้ามา วิธีนี้ทำให้คุณไม่ไล่เข้าทุกไส้เทียนที่เห็น

ขั้นที่ 2: วัดสัดส่วนไส้และเช็ก Volume ทันทีที่แท่งปิด

ต้องรอให้แท่งปิดก่อนเสมอ เพราะ Pin Bar ที่ยังไม่ปิดแท่งอาจกลายเป็นแท่งตัวยาวได้ในนาทีสุดท้าย เมื่อปิดแล้วให้เทียบ Volume กับค่าเฉลี่ย 20 แท่ง ถ้าต่ำกว่า 1.2 เท่าจบเลย

ขั้นที่ 3: เลือกจุดเข้าแบบ A หรือ B ให้ตรงกับนิสัยตัวเอง

เปรียบเทียบจุดเข้า Pin Bar 2 แบบ Limit ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ของแท่ง กับ Buy Stop เหนือหัว Pin Bar พร้อมคำนวณ Expectancy
จุดเข้า A (Limit 50% ของแท่ง) กับ B (Buy Stop เหนือหัว Pin Bar) ใช้ SL และเป้าเดียวกัน แต่ Expectancy ต่างกัน
  • แบบ A: ตั้ง Limit ที่ 50% ของแท่ง ได้ราคาดีกว่า R:R สูง แต่บางครั้งราคาไม่ย่อลงมาให้เข้า
  • แบบ B: ตั้ง Buy/Sell Stop เหนือหัว (หรือใต้ท้าย) Pin Bar เข้าเมื่อราคาไปทางที่เราคิดแล้วจริง Win Rate สูงขึ้น แต่ R:R ต่ำลงเพราะ SL กว้างขึ้น

ขั้นที่ 4: วาง SL หลังปลายไส้ และยกเลิกถ้าแท่งถัดไปกินไส้

SL อยู่หลังปลายไส้เสมอ เพราะถ้าราคากลับไปทำลายปลายไส้ได้ แปลว่าคนที่รับของตรงนั้นแพ้แล้ว นอกจากนี้ถ้าแท่งถัดไปกลับมากินไส้เกินครึ่งก่อนออเดอร์ทำงาน ให้ยกเลิกออเดอร์ ดูวิธีเชื่อมจังหวะแบบนี้กับแผนเทรดทั้งระบบได้ใน วิธีเทรดด้วย Volume

ตัวอย่างคำนวณ R: จุดเข้า A กับ B แบบไหนคุ้มกว่า

กราฟทองคำ (XAUUSD) M15 เกิด Bullish Pin Bar ที่โซน Demand High 2,325 / Low 2,310 Volume 3.1 เท่าของค่าเฉลี่ย ทั้งสองแบบใช้ SL เดียวกันที่ 2,308 และเป้าหมายเดียวกันที่ High เดิม 2,346

แบบ A: Limit 2,317.5แบบ B: Buy Stop 2,325.5
ระยะ SL9.5 ดอลลาร์17.5 ดอลลาร์
ระยะกำไร28.5 ดอลลาร์ = 3.0R20.5 ดอลลาร์ ≈ 1.2R (1.17R)
Win Rate สมมติ40%60%
Expectancy ต่อไม้(0.40 × 3) − (0.60 × 1) = +0.60R(0.60 × 1.2) − (0.40 × 1) = +0.32R
Lot ที่เสี่ยง $5050 ÷ (9.5 × 100) ≈ 0.05 lot50 ÷ (17.5 × 100) ≈ 0.029 lot (ปัดลงเป็น 0.02 เพื่อไม่ให้เกิน $50)

ตัวเลขนี้บอกว่าแม้แบบ B จะชนะบ่อยกว่า แต่แบบ A ให้ผลตอบแทนคาดหวังเกือบ 2 เท่า ถ้าคุณใจนิ่งพอจะรอให้ราคาย่อ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่แพ้ติดกันแล้วหลุดวินัย แบบ B อาจเหมาะกว่าเพราะช่วงแพ้ติดสั้นกว่า สิ่งสำคัญคือเลือกแบบเดียวแล้วทำซ้ำให้ครบ 30 ไม้ก่อนตัดสิน

3 กับดักของแท่งเทียน Pin Bar ที่ทำให้นักเทรดสายกราฟเปล่าโดนกิน SL ซ้ำซาก

ทำไมคนที่จำแต่รูปร่างแท่งเทียน Pin Bar จากตำรา ถึงมักจะบ่นว่า "พอกดเข้าตาม Pin Bar ทีไร กราฟกลับวิ่งสวนลงมากิน SL ทุกที"? ลองมาดู 3 กับดักหน้างานจริงที่การดู Volume ช่วยกันไว้ได้ครับ:

1. กับดัก Pin Bar ที่เกิดจากการพักตัวกลางทางของเทรนด์แรง (Mid-Trend Pause)

สมมติว่ากราฟทองคำกำลังทุบดิ่งลงมาอย่างรุนแรงด้วยแท่งแดงยาวและ Volume ขายมหาศาล พอลงมาได้ครึ่งทางยังไม่ถึงโซนแนวรับ H1 เลย เกิดแท่งเทียนที่มีไส้ล่างยาว 1 แท่งเพราะคนขายระยะสั้นแบ่งปิดทำกำไร คนที่ดูแต่รูปร่างเห็นว่าเป็น Pin Bar ก็รีบสวน Buy ทันที

  • วิธีอ่านด้วย Volume: ถ้าแท่งแดงก่อนหน้ามี Volume สูงระดับ 90–100 แต่แท่ง Pin Bar ที่เด้งสวนขึ้นมามี Volume แค่ 40 และยังอยู่ห่างจากโซนแนวรับใหญ่ แปลว่านั่นเป็นแค่การพักหายใจชั่วคราวของฝั่งขาย ไม่ใช่การรับของของรายใหญ่ ในอีก 1–2 แท่งถัดมากราฟจะทุบทำลายปลายไส้ Pin Bar ลงไปต่อทันที

2. กับดัก Pin Bar ที่ไส้ยาวเกินไปจนวาง SL ไม่คุ้มระยะ R (Oversized Wick Trap)

ในช่วงที่มีประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ บางครั้งจะเกิดแท่ง Pin Bar ที่มีไส้ยาวผิดปกติถึง 12–15 ดอลลาร์ในทองคำ หากคุณกดเข้าทันทีที่ราคาปิดแท่ง แล้วต้องวาง SL ไว้ใต้ปลายไส้ห่างออกไป 15 ดอลลาร์ คุณจะต้องลุ้นให้ราคาวิ่งขึ้นไปถึง 30–45 ดอลลาร์ถึงจะได้กำไร 2R–3R ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในรอบวันปกติ

  • วิธีแก้ด้วยระบบ R: เมื่อเจอ Pin Bar ที่ไส้ยาวเกินไปแต่มี Volume พุ่งสูงที่โซนสำคัญ ห้ามกดไล่ที่ราคาปิดแท่งครับ ให้ใช้ แผน A (รอราคาย่อตัวลงมาทดสอบบริเวณ 50% ของแท่ง หรือโซนก้อน Volume ย่อยข้างในไส้ด้วย Volume ที่แห้งลง) เพื่อให้ระยะ SL ลดลงมาอยู่ในกรอบที่ทำกำไร +2.5R ถึง +3R ได้จริง

3. การดูแท่งเทียนถัดไปหลังเกิด Pin Bar (Follow-Through Confirmation)

สำหรับคนที่ต้องการความชัวร์สูงสุดก่อนส่งคำสั่ง เมื่อเกิดแท่ง Pin Bar ที่มี Volume สูงที่โซนแนวรับแล้ว ให้สังเกตพฤติกรรมของแท่งถัดไปควบคู่กัน:

  • หากเป็น Pin Bar ที่รายใหญ่รับของเสร็จจริง แท่งถัดมาควรจะสามารถยืนเหนือระดับราคาปิดของแท่ง Pin Bar ได้อย่างมั่นคง หรือหากย่อลงมาในไส้ก็ต้องย่อด้วย Volume ที่ลดฮวบลงชัดเจน
  • แต่ถ้าแท่งถัดมาเปิดปุ๊บแล้วทุบสวนกลับลงไปในไส้ด้วยแท่งแดงและ Volume ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แปลว่าแนวรับนั้นกำลังถูกกดดันซ้ำ ให้ชะลอการเข้าออเดอร์ไว้ก่อนจนกว่าจะเห็นแท่งเขียวปิดดึงกลับขึ้นมาได้สำเร็จ

เช็กลิสต์ 5 ข้อก่อนเข้าเทรด Pin Bar

  1. ไส้ฝั่งปฏิเสธยาวอย่างน้อย 2 ใน 3 ของแท่ง และแท่งปิดแล้ว
  2. ไส้จิ้มเข้าโซนที่มาร์กไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่กลางกราฟ
  3. Volume ของแท่ง Pin Bar ≥ 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 แท่ง
  4. เลือกจุดเข้า A หรือ B ไว้ก่อน และคำนวณ R:R ได้อย่างน้อย 1:1.2
  5. SL อยู่หลังปลายไส้ และขนาด Lot เท่ากับความเสี่ยง 1R

กรณีศึกษาเพิ่มเติม: การอ่าน Pin Bar คู่กับเส้น VWAP และโซน POC ในตลาดทองคำ

อีกเทคนิคที่ช่วยคัดแท่งเทียน Pin Bar คือการมองหาจังหวะที่ "หางของ Pin Bar แทงลงไปกวาดจุดทับซ้อนระหว่างโซนแนวรับ H1 กับเส้น Session VWAP (หรือเส้น POC ของวันก่อนหน้า)" ครับ:

  1. ทำไมจุดทับซ้อนถึงทรงพลังที่สุด? เพราะเทรดเดอร์สาย Price Action จะรอดูแนวรับแนวนอน ในขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่จำนวนมากใช้เส้น VWAP และก้อน POC เป็นราคาอ้างอิง เมื่อทั้งสองจุดมาซ้อนทับกันที่ราคาเดียว ตรงจุดนั้นจึงมักมีคำสั่งตั้งรับซื้อ (Limit Buy) หนาแน่นกว่าปกติ
  2. การสังเกตแท่ง Pin Bar ที่จุดทับซ้อน: เมื่อราคาทองคำทิ้งตัวลงมาชนจุดทับซ้อนนั้นในช่วงข่าวสหรัฐฯ และตลาดนิวยอร์กเปิด (ราว 19:30–21:30 น. เวลาไทย ขึ้นกับช่วงเวลาออมแสงของสหรัฐฯ) แล้วเกิดแท่ง Pin Bar ที่ไส้ล่างยาวเกิน 2 ใน 3 ของแท่ง พร้อมกับ แท่ง Volume ด้านล่างพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเกิน 2 เท่าตัว นั่นคือสัญญาณที่น่าเชื่อถือขึ้นมากว่ามีแรงรับซื้อเข้ามาดูดซับแรงขายที่จุดนั้นจริง
  3. การบริหารไม้เมื่อเข้าเทรดแล้ว: เมื่อคุณเข้าออเดอร์ตามแผน A (Limit 50% ของแท่ง) หรือแผน B (Stop เหนือหัวแท่ง) ด้วยความเสี่ยง 1R แล้ว เมื่อราคาวิ่งบวกไปถึงระดับ +1.5R แนะนำให้ขยับ SL มาบังหน้าทุน (Breakeven) เพื่อล็อกความเสี่ยงเป็นศูนย์ แล้วปล่อยให้ออเดอร์วิ่งไปหาเป้าหมาย +2.5R ถึง +3R ที่โซนต้านถัดไปครับ (อ่านเรื่อง VWAP เพิ่มได้ที่ VWAP คืออะไร)

FAQ

Pin Bar ใช้ได้กับทุกไทม์เฟรมไหม?

ใช้ได้ แต่ Pin Bar ใน M1–M5 มีสัญญาณหลอกเยอะมาก เพราะไส้ยาวเกิดจากการสะบัดของราคาได้ง่าย แนะนำให้ใช้ M15 ขึ้นไป และให้น้ำหนักกับ Pin Bar ใน H1/H4 ที่เกิดตรงโซนสำคัญมากที่สุด

Pin Bar ต่างจาก Hammer และ Shooting Star ยังไง?

จริง ๆ แล้วเป็นตระกูลเดียวกัน Hammer คือ Pin Bar ที่ไส้ยาวด้านล่างเกิดหลังขาลง ส่วน Shooting Star คือ Pin Bar ไส้ยาวด้านบนหลังขาขึ้น ชื่อไม่สำคัญเท่า ตำแหน่งที่เกิดและ Volume ของแท่งนั้น

สีของตัวเทียน Pin Bar สำคัญไหม?

มีผลเล็กน้อย Bullish Pin Bar ที่ปิดเขียวแข็งแรงกว่าปิดแดงนิดหน่อย แต่ สัดส่วนไส้และ Volume สำคัญกว่าสีมาก ไม่ควรตัด Pin Bar ทิ้งเพียงเพราะสีไม่ตรง

ถ้า Pin Bar มี Volume สูงมากแต่เกิดกลางเทรนด์ ควรเข้าไหม?

ไม่ควรเข้าสวนเทรนด์ครับ Volume สูงกลางทางอาจเป็นแค่การทำกำไรระยะสั้น แต่เป็นข้อมูลที่ดีว่าฝั่งตรงข้ามเริ่มมีแรง ให้จดไว้และรอดูว่าราคาจะไปทำ Pin Bar ซ้ำที่โซนสำคัญหรือไม่

ควรตั้งเป้าทำกำไร Pin Bar ไว้ที่ไหน?

เป้าแรกคือ High หรือ Low ล่าสุดที่อยู่ใกล้ที่สุด ในทิศที่เราเทรด ถ้าระยะนั้นได้ไม่ถึง 1.2R ให้ข้าม Pin Bar นั้นไปเลย เพราะต่อให้สัญญาณสวย ถ้าระยะไม่คุ้มความเสี่ยงก็ไม่ควรเทรด

สรุป

Pin Bar แท่งเทียนกลับตัวจะมีความหมายก็ต่อเมื่อผ่านครบ 3 เกณฑ์ คือ สัดส่วนไส้ ตำแหน่งที่โซน และ Volume ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย จากนั้นเลือกจุดเข้าแบบ Limit หรือ Stop ให้ตรงกับนิสัยตัวเอง แล้ววัดผลด้วย Expectancy ไม่ใช่ Win Rate อย่างเดียว เมื่อคุณกรอง Pin Bar ลมออกไปได้ สัญญาณที่เหลือจะน้อยลงแต่น่าเชื่อถือขึ้นมาก

ถ้าอยากเห็นการอ่านแท่งเทียนคู่กับ Volume บนกราฟจริงเพิ่มเติม ผมลงคลิปไว้ที่ช่อง YouTube Volume Trader Thailand ครับ

อ่านต่อ: บทความที่เกี่ยวข้อง

VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิกแล้ว รุ่นสองกำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ ลงชื่อรอรุ่นสอง เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที

เนื้อหาเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง


VT School · รุ่นสอง Coming Soon

รุ่นใหม่ใกล้เปิดแล้ว

VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิก ลงชื่อไว้ เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที

ลงชื่อรอรุ่นสอง ›
‹ ดูบทความอื่นๆ
Volume Trader Thailand

สอนเทรดด้วยการอ่าน Volume แบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ ดูฟรีบน YouTube แล้วมาฝึกจริงจังด้วยกันใน VT School

© 2026 Volume Trader Thailand
· การเทรดมีความเสี่ยง