วิธีผ่าน Prop Firm (สอบกองทุน) ด้วย Volume และระบบ R คุมความเสี่ยงให้รอดกฎ Drawdown
วิธีผ่าน Prop Firm และสอบกองทุน Forex ให้รอดกฎ Daily Loss และ Max Drawdown แปลงกฎเป็นงบความเสี่ยงแบบ R แล้วใช้ Volume คัดจังหวะเข้า พร้อมเช็กลิสต์รายวัน

ช่วงหลังมีคนทักมาถามผมเยอะมากครับว่า "สอบกองทุนยังไงให้ผ่าน?" บางคนจ่ายค่าสอบไปแล้วสามสี่รอบ ตกทุกรอบด้วยเหตุผลเดิมๆ คือวันแรกๆ ทำกำไรได้สวย พอเจอไม้แพ้ติดกันสองสามไม้ก็รีบแก้มือ กด Lot ใหญ่ขึ้น สุดท้ายชนกฎขาดทุนรายวัน (Daily Loss) หรือ Max Drawdown แล้วโดนตัดสิทธิ์ทันที
ความจริงที่หลายคนมองข้ามคือ การสอบ Prop Firm ไม่ได้วัดว่าใครเข้าเทรดเก่งที่สุด แต่วัดว่าใครคุมความเสี่ยงได้ภายใต้กฎที่เข้มงวด คนที่เข้าเทรดแม่นแต่คุมความเสี่ยงไม่ได้ ตกรอบได้ง่ายกว่าคนที่เข้าเทรดธรรมดาแต่มีวินัยเรื่อง Lot และ Stop Loss เสียอีก
บทความนี้ผมจะแชร์แนวทางที่ผมใช้คิดเวลาสอบกองทุน ตั้งแต่การแปลงกฎ Drawdown ให้กลายเป็น งบความเสี่ยงแบบ R, การใช้ Volume คัดเฉพาะจังหวะเข้าที่มีหลักฐาน ไปจนถึงเช็กลิสต์รายวันที่ช่วยให้ไม่หลุดวินัยตอนกดดัน เหมาะกับคนที่กำลังจะสอบกองทุน Forex หรือทองคำ (XAUUSD) ครั้งแรก และคนที่เคยสอบตกมาแล้วอยากเปลี่ยนวิธีคิดครับ
คลิปประกอบ: เทคนิคที่ผมใช้สอบกองทุน $50,000
ใครอยากฟังแนวคิดนี้ในรูปแบบวิดีโอ ผมเล่าวิธีวางแผนและคุมความเสี่ยงตอนสอบกองทุนไว้ในคลิปนี้ เปิดดูคู่กับบทความได้เลยครับ
นี่คือเทคนิคที่ผมใช้สอบกองทุน $50,000 ผ่านใน 10 วัน (YouTube)
Prop Firm คืออะไร และสอบกองทุนวัดอะไรกันแน่
Prop Firm (Proprietary Trading Firm) คือบริษัทที่เปิดให้เทรดเดอร์จ่ายค่าสมัครเพื่อเข้าสอบ (Challenge หรือ Evaluation) ถ้าทำกำไรถึงเป้าโดยไม่ผิดกฎความเสี่ยงที่กำหนด ก็จะได้บัญชีที่ใช้เงินทุนของบริษัทไปเทรด แล้วแบ่งกำไรกันตามสัดส่วนที่ตกลงไว้ คนไทยนิยมเรียกสั้นๆ ว่า "สอบกองทุน" ใครยังไม่แน่ใจว่า Prop Firm เหมาะกับตัวเองไหม หรืออยากรู้ความจริงเรื่องค่าสอบก่อนสมัคร อ่านเพิ่มได้ที่หน้า Prop Firm คืออะไร ดีไหม ครับ
สิ่งที่การสอบกองทุนวัดจริงๆ มีอยู่ 2 อย่าง
- คุณทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอไหม ไม่ใช่ถูกหวยไม้เดียวแล้วจบ
- คุณรักษาเงินทุนไม่ให้ขาดทุนเกินขอบเขตได้ไหม ซึ่งข้อนี้แหละครับที่คนส่วนใหญ่สอบตก
ลองคิดจากมุมของบริษัทดูครับ เขาไม่ได้ต้องการเทรดเดอร์ที่กล้าเสี่ยงที่สุด เขาต้องการเทรดเดอร์ที่ ไม่ทำเงินทุนของเขาหายเกินกรอบ เพราะฉะนั้นกฎทุกข้อในการสอบจึงออกแบบมาเพื่อคัดคนที่คุมความเสี่ยงไม่อยู่ออกไปตั้งแต่แรก
กฎหลักที่เจอบ่อยในการสอบกองทุน
แต่ละ Prop Firm มีกฎและตัวเลขไม่เหมือนกัน และมีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น ต้องอ่านกฎของเจ้าที่จะสมัครด้วยตัวเองทุกครั้ง แต่โดยภาพรวม กฎที่เจอบ่อยมักจะมีหน้าตาประมาณนี้ครับ
- เป้ากำไร (Profit Target) ต้องทำกำไรให้ถึงเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดของขนาดบัญชี บางเจ้าแบ่งเป็น 1 Step บางเจ้าแบ่งเป็น 2 Step
- ขาดทุนรายวันสูงสุด (Daily Loss Limit) ห้ามขาดทุนในวันเดียวเกินเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด บางเจ้านับรวมออเดอร์ที่ยังถืออยู่ (Floating) ด้วย
- ขาดทุนรวมสูงสุด (Max Drawdown) ห้ามให้ยอดบัญชีลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด บางเจ้าใช้แบบคงที่ บางเจ้าใช้แบบเลื่อนตามยอดสูงสุด (Trailing)
- กฎยิบย่อยอื่นๆ เช่น จำนวนวันเทรดขั้นต่ำ การเทรดช่วงข่าว หรือการถือออเดอร์ข้ามสุดสัปดาห์ ซึ่งแต่ละเจ้ากำหนดต่างกันมาก
สังเกตไหมครับว่า กฎส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ การขาดทุน ไม่ใช่การทำกำไร นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่า การสอบกองทุนคือการสอบวิชาบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก
ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงสอบกองทุนตก
จากที่ผมรีวิวหน้าเทรดของเพื่อนๆ ที่สอบตกมา สาเหตุหลักแทบไม่เคยเป็นเพราะ "วิเคราะห์กราฟไม่เป็น" แต่เป็นพฤติกรรมเหล่านี้ครับ
- รีบให้ถึงเป้าเร็วๆ เลยกด Lot ใหญ่ คิดว่าเหลือเวลาไม่มาก ต้องทำกำไรให้ได้เยอะ สุดท้ายแพ้ไม้เดียวก็กินงบ Daily Loss ไปเกือบหมด
- เทรดเยอะเกินไป (Overtrade) เข้าทุกจังหวะที่กราฟขยับ ทั้งที่ยังไม่มี Volume ยืนยัน กลายเป็นจ่ายค่า Spread และโดน SL ถี่ๆ
- แก้มือหลังแพ้ (Revenge Trade) แพ้ติดกันแล้วรู้สึกว่าต้องเอาคืนให้ได้ภายในวันนั้น ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตรงที่สุดไปสู่การชนกฎ Daily Loss
- ไม่มีจุดหยุดของตัวเอง ใช้กฎของ Prop Firm เป็นจุดหยุด แทนที่จะมีกฎที่เข้มกว่าของตัวเองกันไว้ก่อน
- เข้าเทรดกลางกรอบราคา ไม่ได้รอที่โซนสำคัญ ทำให้ต้องวาง SL กว้างโดยไม่มีเหตุผลรองรับ หรือวาง SL แคบจนโดนกวาดง่าย
ทุกข้อด้านบนแก้ได้ด้วยสองเครื่องมือครับ คือ ระบบ R สำหรับคุมเงิน และ Volume สำหรับคัดจังหวะเข้า
ขั้นที่ 1: แปลงกฎ Drawdown ให้เป็นงบความเสี่ยงแบบ R
ก่อนเปิดกราฟวันแรกของการสอบ ให้เอากฎความเสี่ยงของเจ้าที่สมัครมาแปลงเป็น "จำนวน R ที่แพ้ได้" ก่อนเสมอ ถ้ายังไม่คุ้นกับระบบ R แนะนำให้อ่าน คู่มือเทรดด้วยระบบ R พร้อมเครื่องคำนวณ ก่อนครับ
หลักคิดง่ายๆ คือ
- กำหนด 1R ให้เล็กพอเมื่อเทียบกับ Max Drawdown เพื่อให้แพ้ติดกันหลายไม้ก็ยังไม่หลุดกฎ คนจำนวนมากเลือกเสี่ยงต่อไม้ราวๆ 0.25% ถึง 1% ของบัญชี ขึ้นอยู่กับสไตล์และความมั่นใจในระบบของตัวเอง
- ตั้ง Daily Stop ของตัวเองให้เข้มกว่ากฎ Daily Loss เช่น แพ้ครบ 2R ในวันเดียวให้ปิดกราฟทันที ไม่ต้องรอให้ระบบของ Prop Firm มาหยุดเรา
- คำนวณ Lot จากระยะ SL ทุกครั้ง ไม่ใช้ Lot คงที่ ให้ทุกไม้ที่โดน SL เสียเท่ากับ 1R พอดี
พอแปลงเป็น R แล้ว คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นทันทีว่าตัวเองมี "กระสุน" อยู่กี่นัด และไม่ต้องตื่นเต้นเวลาแพ้หนึ่งไม้ เพราะมันเป็นแค่หนึ่งนัดจากที่วางแผนไว้แล้ว
ตัวอย่างการวางแผนความเสี่ยงบนบัญชีสอบ $100,000
ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพการคำนวณครับ (ตัวเลขกฎด้านล่างเป็นตัวอย่างประกอบเท่านั้น ไม่ใช่กฎของเจ้าใดเจ้าหนึ่ง และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน)
- สมมติกฎของบัญชีสอบ ขนาดบัญชี $100,000 มีกฎขาดทุนรายวัน 5% ($5,000) และขาดทุนรวมสูงสุด 10% ($10,000)
- กำหนด 1R เลือกเสี่ยงต่อไม้ 0.5% ของบัญชี เท่ากับ $500 ต่อไม้
- คำนวณจำนวนนัดที่มี งบ Max Drawdown $10,000 ÷ $500 = 20R และงบ Daily Loss $5,000 ÷ $500 = 10R ต่อวัน
- ตั้งกฎส่วนตัวให้เข้มกว่า กำหนด Daily Stop ของตัวเองไว้ที่ 2R ($1,000) ต่อวัน แปลว่าต่อให้เจอวันที่แย่ที่สุด ก็ยังห่างจากกฎ Daily Loss อีกมาก
- ดูว่าต้องชนะกี่ R ถึงเป้า ถ้าสมมติเป้ากำไรของบัญชีนี้อยู่ที่ 8% ($8,000) เท่ากับต้องทำกำไรรวม 16R ถ้าเทรดเฉพาะ Setup ที่ให้ผลตอบแทนราว 2R ต่อไม้ที่ชนะ ก็ต้องการไม้ชนะสุทธิประมาณ 8 ไม้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรีบทำให้เสร็จในวันสองวันเลยครับ
ตัวอย่างนี้ทำให้เห็นว่า ถ้า 1R เล็กพอ การแพ้ติดกัน 3–4 ไม้แทบไม่มีผลต่อการสอบ แต่ถ้า 1R ใหญ่เกินไป เช่น เสี่ยงไม้ละ 3–5% แพ้แค่ไม้หรือสองไม้ก็จบรอบแล้ว

ขั้นที่ 2: ใช้ Volume คัดเฉพาะจังหวะเข้าที่มีหลักฐาน
เมื่อเงินถูกคุมด้วยระบบ R แล้ว ขั้นต่อมาคือ เทรดให้น้อยลงแต่คุณภาพสูงขึ้น ซึ่ง Volume ช่วยได้มาก เพราะมันบอกเราว่าตรงไหนมีแรงซื้อขายจริง ตรงไหนเป็นแค่ราคาแกว่งไปมาโดยไม่มีใครสนใจ ใครยังไม่คุ้นกับการอ่าน Volume เริ่มจากบทความ ดู Volume ยังไง ได้เลยครับ
Setup ที่ผมชอบใช้ตอนสอบกองทุน เพราะมีจุดวาง SL ชัดและให้ R:R คุ้ม มี 3 แบบหลักๆ
1. Reject ที่โซนสำคัญพร้อม Volume สูง
ราคาวิ่งเข้าโซน Demand หรือ Supply แล้วเกิดแท่งเทียนไส้ยาวพร้อม Volume พุ่งสูง แปลว่ามีคนรอรับหรือรอขายจริง เราเข้าเมื่อแท่งถัดไปยืนยัน และวาง SL หลังปลายไส้ของแท่งที่มี Volume นั้น
2. Sweep แล้ว Retest ด้วย Volume เบา
ราคาแทงทะลุ High หรือ Low เก่าไปกวาด Stop Loss ของรายย่อยพร้อม Volume สูง แล้วดึงกลับเข้ากรอบเดิม จากนั้นย่อลงมาเทสด้วย Volume เบา จังหวะนี้มักได้ SL แคบเพราะอ้างอิงจากปลายไส้ที่เพิ่งกวาดเสร็จ อธิบายแบบละเอียดไว้ในบทความ เทรดด้วย Volume ยังไง ครับ
3. Breakout ที่มี Volume หนุน แล้วย่อกลับมาเทส
ราคาทะลุแนวสำคัญด้วยแท่งตัวยาวและ Volume หนา แล้วย่อกลับมาทดสอบด้วย Volume เบาลง เป็นสัญญาณว่าแรงฝั่งตรงข้ามอ่อนแรงแล้ว ถ้าอยากเข้าใจว่าแรงซื้อขายเบื้องหลังแท่งเทียนทำงานยังไง อ่านต่อได้ที่ Order Flow คืออะไร
กฎสำคัญตอนสอบ: ถ้าจังหวะไหนไม่เข้า 1 ใน 3 แบบนี้ หรือ Volume ไม่ยืนยัน ให้ถือว่า "ไม่มีเทรด" แล้วรอต่อ การไม่เทรดก็คือการรักษางบ R ไว้ใช้กับจังหวะที่ดีกว่าครับ

เตรียมตัวก่อนสมัครสอบ: พิสูจน์ระบบก่อนจ่ายค่าสอบ
หลายคนสมัครสอบเพราะเห็นคนอื่นผ่าน แล้วหวังว่าจะเก่งขึ้นระหว่างทาง ซึ่งเป็นวิธีที่แพงที่สุดครับ ก่อนจ่ายค่าสอบรอบแรก ผมแนะนำให้ตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน
- ระบบของคุณมีกฎชัดเจนไหม ทั้งจุดเข้า จุดวาง SL จุดทำกำไร และเงื่อนไขที่ "ไม่เทรด" ถ้ายังอธิบายเป็นข้อๆ ไม่ได้ แปลว่าระบบยังไม่พร้อม
- มีสถิติย้อนหลังของตัวเองหรือยัง ลองเทรดตามระบบในบัญชีเดโมหรือบัญชีเล็กสักระยะ แล้วจดผลเป็น R ทุกไม้ เพื่อดูว่าค่าเฉลี่ยต่อไม้เป็นบวกจริงไหม
- ไม้แพ้ติดกันยาวที่สุดเคยกี่ไม้ ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะมันบอกว่าควรตั้ง 1R เล็กแค่ไหนถึงจะรอดจาก Max Drawdown แม้เจอช่วงที่แย่ที่สุด
- เทรดตามกฎแบบเดียวกับตอนสอบได้ไหม ลองตั้งกฎ Daily Stop และขนาดความเสี่ยงให้เหมือนตอนสอบจริงในบัญชีฝึก ถ้ายังทำตามไม่ได้ในบัญชีเดโม ตอนเจอความกดดันจริงจะยิ่งยากขึ้น
ถ้าตอบได้ครบทุกข้อ การสอบกองทุนจะเปลี่ยนจากการลุ้นดวง กลายเป็นการทำซ้ำสิ่งที่คุณเคยทำมาแล้วในสภาพแวดล้อมที่มีกฎเท่านั้นครับ
เทรดทองคำ (XAUUSD) ตอนสอบกองทุน ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่เทรดเดอร์ไทยนิยมใช้สอบกองทุน เพราะวิ่งแรงและมีจังหวะให้เทรดทุกวัน แต่ความแรงนี้ก็เป็นดาบสองคมครับ
- ระยะ SL บนทองคำมักกว้างกว่าคู่เงินหลัก จึงต้องคำนวณ Lot จากระยะ SL จริงเสมอ ห้ามใช้ Lot เท่ากับตอนเทรดคู่เงิน
- ช่วงเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก Volume จะเข้าหนาแน่น เป็นช่วงที่ Setup ชัดขึ้น แต่ไส้เทียนก็สะบัดแรงขึ้นด้วย ควรวาง SL หลังโซน Volume พร้อมเผื่อระยะ Buffer สำหรับค่า Spread
- ช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ราคาอาจกระโดดข้ามจุด SL ได้ (Slippage) ทำให้เสียเกิน 1R ที่วางแผนไว้ ถ้าไม่จำเป็น การหลีกเลี่ยงช่วงนี้ระหว่างสอบช่วยรักษางบ Drawdown ได้มาก
- อย่าเปิดหลายออเดอร์ทองคำพร้อมกันในทิศทางเดียว เพราะความเสี่ยงจะซ้อนกันเป็นหลาย R โดยไม่รู้ตัว
ขั้นที่ 3: เช็กลิสต์รายวันระหว่างสอบกองทุน
ผมแนะนำให้เขียนเช็กลิสต์นี้ไว้ข้างจอ แล้วเช็กทุกวันก่อนเริ่มเทรดครับ
- วันนี้มีข่าวแรงไหม และกฎของเจ้าที่สอบอนุญาตให้เทรดช่วงข่าวหรือเปล่า? ถ้าไม่แน่ใจ ให้หลีกเลี่ยงช่วงก่อนและหลังข่าวไปก่อน
- ตีโซนสำคัญและดู Volume ใน Timeframe ใหญ่หรือยัง? รู้ก่อนว่าจะรอเข้าที่ไหน ไม่ใช่เปิดกราฟแล้วหาจังหวะเอาหน้างาน
- 1R ของวันนี้เท่าไหร่ และ Daily Stop อยู่ที่กี่ R? เขียนตัวเลขไว้ให้ชัด
- ทุกไม้คำนวณ Lot จากระยะ SL แล้วหรือยัง? ห้ามกดเข้าก่อนแล้วค่อยมาวาง SL ทีหลัง
- ถ้าแพ้ครบ Daily Stop หรือชนะถึงเป้าของวันแล้ว หยุดเทรดหรือยัง? การหยุดเมื่อถึงเป้าของวัน ช่วยกันไม่ให้คืนกำไรจากความมั่นใจเกินเหตุ
- จดบันทึกทุกไม้ (Trading Journal) หรือยัง? บันทึกเหตุผลการเข้า Setup ที่ใช้ และผลเป็น R เพื่อเอาไปปรับปรุงในวันถัดไป
จิตวิทยาตอนสอบกองทุน: ช้าแต่ชัวร์ ชนะเร็วแต่พัง
ความกดดันในการสอบกองทุนต่างจากการเทรดบัญชีตัวเองมาก เพราะมีค่าสมัครที่จ่ายไปแล้ว มีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง และบางเจ้ามีเงื่อนไขเรื่องเวลา ทำให้หลายคนเทรดด้วยความรีบ
สิ่งที่ช่วยผมได้มากคือการมองว่า การสอบหนึ่งรอบคือชุดของการเทรดหลายสิบไม้ ไม่ใช่การเดิมพันไม้เดียว ถ้าระบบของเรามีความได้เปรียบจริง (Edge) และคุมความเสี่ยงต่อไม้ได้ ผลลัพธ์จะค่อยๆ สะสมไปเอง ไม่ต้องเร่ง
- อย่าเพิ่ม Lot เพราะใกล้ถึงเป้า หลายคนเหลืออีกนิดเดียวก็ผ่าน แต่ใจร้อนกด Lot ใหญ่เพื่อให้จบเร็ว แล้วแพ้กลับไปไกลกว่าเดิม
- อย่าเพิ่ม Lot เพราะติดลบ ถ้าระบบแพ้ติดกัน ให้ลดความเสี่ยงลงหรือพักหนึ่งวัน แล้วกลับมารีวิว Journal ว่าเกิดอะไรขึ้น
- ถ้าตกรอบ ให้ถือว่าเป็นค่าเรียน เอาข้อมูลจาก Journal ไปปรับระบบ ไม่ใช่รีบซื้อรอบใหม่ทันทีด้วยอารมณ์
สอบผ่านแล้ว ทำยังไงต่อให้รักษาบัญชีไว้ได้
หลายคนตั้งใจมากตอนสอบ แต่พอได้บัญชีจริงกลับเปลี่ยนวิธีเทรด เพราะรู้สึกว่าไม่มีเป้ากำไรมากดดันแล้ว หรืออยากถอนกำไรก้อนแรกให้เร็วที่สุด สุดท้ายเสียบัญชีไปภายในไม่กี่สัปดาห์
- ใช้ระบบเดิมกับ 1R เท่าเดิม สิ่งที่ทำให้คุณผ่านคือวินัยชุดนี้ ไม่มีเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนตอนได้บัญชีจริง
- กฎ Drawdown ยังอยู่ บัญชีจริงของ Prop Firm ส่วนใหญ่ยังมีกฎความเสี่ยงเหมือนตอนสอบ การหลุดกฎหนึ่งครั้งอาจทำให้เสียบัญชีได้เลย
- ตั้งเป้าเป็นความสม่ำเสมอรายเดือน แทนการหวังกำไรก้อนใหญ่ แล้วค่อยๆ เพิ่มความเสี่ยงเมื่อมีกำไรสะสมเป็นกันชนแล้วเท่านั้น
ข้อผิดพลาดที่ทำให้สอบกองทุนตกซ้ำซาก
- ไม่อ่านกฎให้ละเอียดก่อนเริ่ม โดยเฉพาะวิธีนับ Daily Loss และ Drawdown ว่านับจากยอด Balance หรือ Equity ซึ่งแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน
- ใช้ระบบที่ยังไม่เคยทดสอบ เอาวิธีใหม่ที่เพิ่งเห็นมาลองในบัญชีสอบ แทนที่จะฝึกให้มั่นใจในบัญชีเดโมหรือบัญชีเล็กก่อน
- วาง SL ตามความรู้สึก ไม่ได้วางหลังโซน Volume หรือจุดที่แผนเสีย ทำให้โดนกวาดง่ายหรือเสียเกิน 1R
- ถือออเดอร์ขาดทุนไว้หวังให้กลับ ซึ่งอันตรายมากเพราะบางเจ้านับ Floating Loss เข้าไปในกฎรายวันด้วย
- เทรดทุกคู่เงินพร้อมกัน เปิดหลายออเดอร์ที่ไปทางเดียวกัน ทำให้ความเสี่ยงจริงสูงกว่า 1R หลายเท่าโดยไม่รู้ตัว
FAQ
สอบกองทุน Forex ยากไหม? ยากสำหรับคนที่ยังคุมความเสี่ยงไม่ได้ครับ เพราะกฎส่วนใหญ่เป็นเรื่องการจำกัดการขาดทุน ถ้ามีระบบ R ที่กำหนดความเสี่ยงต่อไม้ให้เล็กพอ มีจุดหยุดรายวันของตัวเอง และเทรดเฉพาะ Setup ที่มี Volume ยืนยัน โอกาสผ่านจะดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับการเทรดตามอารมณ์
ควรเสี่ยงต่อไม้กี่เปอร์เซ็นต์ตอนสอบ Prop Firm? ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน แต่หลักคือให้ 1R เล็กพอที่แพ้ติดกันหลายไม้แล้วยังห่างจากกฎ Max Drawdown และ Daily Loss มาก เทรดเดอร์จำนวนมากเลือกอยู่ราวๆ 0.25% ถึง 1% ต่อไม้ ขึ้นอยู่กับสไตล์และสถิติของระบบตัวเอง
Volume ช่วยให้สอบกองทุนผ่านได้ยังไง? Volume ช่วยคัดจังหวะเข้าที่มีแรงซื้อขายจริงรองรับ เช่น แท่ง Reject ที่โซนพร้อม Volume สูง หรือการ Sweep แล้ว Retest ด้วย Volume เบา ทำให้เทรดน้อยลงแต่คุณภาพสูงขึ้น และมีจุดวาง SL ที่ชัดเจน ซึ่งสำคัญมากเมื่อต้องอยู่ภายใต้กฎ Drawdown
ถ้าเหลืออีกนิดเดียวจะถึงเป้ากำไร ควรเพิ่ม Lot ไหม? ไม่ควรครับ การเพิ่ม Lot ตอนใกล้ถึงเป้าเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนตกรอบในช่วงท้าย ให้เทรดด้วย 1R เท่าเดิม และรอ Setup ที่มีคุณภาพ ถ้ากฎของเจ้าที่สอบไม่ได้จำกัดเวลาแบบเข้มงวด ก็ไม่จำเป็นต้องรีบเลย
ตกกฎ Daily Loss บ่อยมาก ควรแก้ยังไง? ตั้ง Daily Stop ของตัวเองให้เข้มกว่ากฎ เช่น แพ้ครบ 2R ให้หยุดเทรดทันทีในวันนั้น และไม่ถือออเดอร์ขาดทุนไว้หวังให้กลับ เพราะบางเจ้านับ Floating Loss รวมในกฎรายวันด้วย ที่สำคัญคืออย่าแก้มือหลังแพ้
ควรเลือก Prop Firm เจ้าไหนดี? แต่ละเจ้ามีกฎ ราคา และเงื่อนไขต่างกัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ แนะนำให้อ่านกฎล่าสุดจากเว็บไซต์ของเจ้านั้นโดยตรงก่อนสมัคร และเลือกเจ้าที่กฎเข้ากับสไตล์การเทรดของคุณ ดูความเห็นของเราเพิ่มเติมได้ที่หน้า Prop Firm คืออะไร ดีไหม บนเว็บไซต์ VT School
สรุป
การสอบกองทุนให้ผ่านไม่ได้อยู่ที่การหาจุดเข้าที่แม่นที่สุด แต่อยู่ที่การ แปลงกฎ Drawdown ให้เป็นงบความเสี่ยงแบบ R, ตั้งจุดหยุดของตัวเองให้เข้มกว่ากฎ, ใช้ Volume คัดเฉพาะจังหวะเข้าที่มีหลักฐาน และมีวินัยทำตามเช็กลิสต์ทุกวัน เมื่อทำแบบนี้ได้ การแพ้แต่ละไม้จะกลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่ทำให้คุณหลุดรอบ และกำไรจะค่อยๆ สะสมจนถึงเป้าเองครับ
ถ้าอยากฝึกวางแผนความเสี่ยงด้วยระบบ R อ่าน Volume และ Order Flow บนกราฟจริง มาเรียนด้วยกันที่ VT School ได้เลยครับ
ถ้ายังไม่พร้อม เริ่มจาก คอร์สเรียนฟรี ของเราก่อนได้ หรือดูคลิปสอนหน้ากราฟจริงที่ช่อง YouTube Volume Trader Thailand ครับ
อ่านต่อ: บทความที่เกี่ยวข้อง
- เครื่องคำนวณ Lot Size และ R ฟรี (หน้าเครื่องมือ)
- Stop Hunt และ Liquidity Sweep คืออะไร
- Demand Supply Zone คืออะไร
VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิกแล้ว รุ่นสองกำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ ลงชื่อรอรุ่นสอง เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที
เนื้อหาเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง
รุ่นใหม่ใกล้เปิดแล้ว
VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิก ลงชื่อไว้ เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที
ลงชื่อรอรุ่นสอง ›