Fair Value Gap (FVG) คืออะไร? วิธีคัดกรองช่องว่าง FVG ที่มีคุณภาพด้วย Volume
FVG หรือ Fair Value Gap คืออะไร สอนใช้ Volume และ Volume Profile คัดเฉพาะ FVG เกรด A+ ที่รายใหญ่ดันจริง ตัดช่องหลอกทิ้ง พร้อมวางความเสี่ยง 1R

สำหรับคนที่ศึกษาแนวคิด SMC (Smart Money Concept) คำศัพท์หนึ่งที่ได้ยินบ่อยไม่แพ้คำว่า Order Block ก็คือคำว่า FVG (Fair Value Gap) หรือที่บางคนเรียกว่า Imbalance (ช่องว่างความไม่สมดุลของราคา) ตำราทั่วไปมักจะสอนว่า เมื่อเห็นแท่งเทียนพุ่งแรงจนเกิดช่องว่างระหว่างไส้เทียนของแท่งที่ 1 กับแท่งที่ 3 ให้ตีกรอบช่องว่างนั้นไว้ แล้วพอราคาย้อนกลับมาแตะช่องว่าง FVG ก็ให้กดเข้าออเดอร์ทันที
แต่ปัญหาที่เทรดเดอร์เกือบทุกคนเจอกับตัวเองตอนเอา FVG ไปใช้เทรดทองคำ (XAUUSD) หรือคู่เงินจริงก็คือ "ในหนึ่งวันมีช่องว่าง FVG เกิดขึ้นบนกราฟเต็มไปหมดเป็นสิบๆ ช่อง พอตั้ง Limit ดักที่ FVG ช่องแรก กราฟกลับพุ่งทะลุผ่านไปเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรกั้น!"
ทำไมช่องว่าง FVG บางช่องราคาแตะแล้วเด้งสวย แต่บางช่องราคากลับทะลุผ่านไปชน Stop Loss ทันที? คำตอบอยู่ที่ตัวแปรที่กราฟแท่งเทียนเปล่ามองไม่เห็นครับ นั่นคือ "ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ของแท่งที่สร้าง FVG และตำแหน่งของ Volume Profile" ในบทความนี้ผมจะสอนวิธีใช้ การอ่าน Volume มาเป็นตัวกรองเพื่อคัดเฉพาะ FVG เกรด A+ และตัดช่องว่าง FVG หลอกๆ ออกไปจากแผนการเทรดของคุณครับ
คลิปประกอบ: การนำแนวคิด SMC มาใช้คู่กับการอ่านตลาดอย่างเข้าใจกลไกจริง
ใครอยากเห็นมุมมองการนำเครื่องมือของสาย SMC มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับความเป็นจริงของตลาดและสภาพคล่อง เปิดดูคลิปนี้ควบคู่ไปกับบทความได้เลยครับ
Fair Value Gap (FVG) คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไรในเชิง Order Flow?
Fair Value Gap (FVG) คือรูปแบบของแท่งเทียน 3 แท่งเรียงต่อกัน ที่แท่งตรงกลาง (แท่งที่ 2) พุ่งขึ้นหรือพุ่งลงอย่างรุนแรง จนทำให้ "จุดสูงสุด (High) ของแท่งที่ 1 ไม่สามารถยื่นไปชนกับจุดต่ำสุด (Low) ของแท่งที่ 3 ได้" เกิดเป็นช่องว่างตรงกลางของเนื้อเทียนแท่งที่ 2 ที่ไม่มีไส้เทียนของแท่งข้างเคียงมาทับซ้อนเลย
ในมุมของกลไกตลาดและ การเทรดด้วย Volume ช่องว่าง FVG เกิดขึ้นเมื่อมีคำสั่งซื้อหรือขายฝั่งเดียวทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนราคาวิ่งกระโดดข้ามชั้นราคาไปโดยที่อีกฝั่งยังจับคู่ออเดอร์ไม่ทัน (ในมุมของ Volume Profile ช่องว่าง FVG จึงมักจะตรงกับบริเวณที่เป็นร่องเว้า Low Volume Node — LVN ครับ ถ้ายังไม่คุ้นกับ LVN อ่านVolume Profile คืออะไรประกอบได้)
แต่จุดตายที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ ช่องว่าง FVG บนกราฟเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุที่ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ดังแผนภาพเปรียบเทียบด้านล่างนี้ครับ:

- FVG คุณภาพต่ำ (เกิดจากสภาพคล่องกลวง / Volume ต่ำ): ในช่วงที่ตลาดเงียบหรือไม่มีออเดอร์ตั้งขวางในกระดาน ราคาสามารถขยับเป็นแท่งยาวจนเกิดช่องว่าง FVG ได้ด้วยปริมาณการซื้อขายที่น้อยนิด ช่องว่าง FVG แบบนี้ไม่ได้เกิดจากเงินของรายใหญ่ ดังนั้นเมื่อราคาย้อนกลับมา มันจึงวิ่งทะลุผ่านช่องว่างนี้กลับไปหาฐานเดิมได้ง่าย
- FVG เกรด A+ (เกิดจากแรงอัดฉีดของสถาบัน / Volume พุ่งสูง): แท่งที่ 2 ที่พุ่งสร้างช่องว่าง FVG นั้น มาพร้อมกับ แท่ง Volume ที่พุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 แท่งอย่างน้อย 1.5 ถึง 2 เท่า และพุ่งทำลายโครงสร้างสำคัญ (BOS) ออกไปอย่างชัดเจน แปลว่าช่องว่างนี้เกิดจากการอัดฉีดเงินก้อนใหญ่ของสถาบันการเงินจริงๆ เมื่อราคาย้อนกลับมาแตะช่องว่าง FVG นี้เพื่อเติมเต็มสภาพคล่อง รายใหญ่มักจะดันราคาวิ่งต่อ
เปรียบเทียบ: เทรดทุก FVG บนกราฟเปล่า vs คัดเฉพาะ FVG ที่มี Volume ยืนยัน
ลองดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการตีทุกช่องว่างที่เห็น กับการกรองด้วย Volume ด้านล่างนี้ครับ
| เกณฑ์การพิจารณา | เทรด FVG แบบกราฟเปล่าทั่วไป | คัด FVG เกรด A+ ด้วย Volume & โครงสร้าง |
|---|---|---|
| จำนวนช่องว่าง FVG ที่พบต่อวัน | 10 – 20 ช่องบนกราฟ M15/M5 (เลือกไม่ถูกว่าช่องไหนจริง) | เหลือเพียง 1 – 2 ช่องที่มีคุณภาพสูงสุดต่อวัน |
| ความสูงของ Volume ในแท่งที่ 2 | ไม่ได้เช็ก (อาจเกิดจากแท่งที่ Volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) | แท่งสร้าง FVG ต้องมี Volume ≥ 1.5–2 เท่าของค่าเฉลี่ย |
| ความสัมพันธ์กับโครงสร้าง (BOS) | ตี FVG ย่อยๆ ที่อยู่ในกรอบไซด์เวย์ด้วย | เลือกเฉพาะ FVG ที่ พุ่งทำลายโครงสร้างหลัก (BOS) หรือออกจากโซนใหญ่ |
| การวางแนวกั้นด้านหลัง (Backing) | ลอยอยู่เดี่ยวๆ ไม่มีก้อน Volume รองรับ | มีก้อน Order Block / HVN / POC วางหนุนอยู่ด้านหลัง FVG พอดี |
| วิธีการกดเข้าออเดอร์ | ตั้ง Limit ทิ้งไว้ที่ขอบ FVG เสี่ยงโดนทะลุรวดเดียว | รอราคาย่อเข้า FVG ด้วย Volume แห้ง แล้วเห็นแท่งปฏิเสธราคาก่อนกดเข้า |
4 ขั้นตอนการเทรด Fair Value Gap (FVG) คู่กับการอ่าน Volume ให้แม่นยำ
เพื่อให้คุณใช้ FVG ได้โดยไม่โดนช่องหลอก ให้ทำตามขั้นตอนการคัดกรอง 4 ข้อนี้ทุกครั้งครับ:

ขั้นที่ 1: เลือกเฉพาะ FVG ที่เกิดจากการพุ่งทำลายโครงสร้าง (BOS) พร้อม Volume พุ่งสูง
เมื่อคุณเห็นช่องว่าง FVG เกิดขึ้นบนกราฟ H1 หรือ M15 ให้มองลงไปที่แท่ง Volume ด้านล่างของแท่งตรงกลาง (แท่งที่ 2) ทันที:
- ถ้าแท่ง Volume ของแท่งที่ 2 เตี้ยกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง → กากบาททิ้งทันที ไม่ต้องตีกรอบให้รกหน้าจอ!
- ถ้าแท่ง Volume ของแท่งที่ 2 พุ่งสูงทะลุค่าเฉลี่ยเกิน 1.5–2 เท่า และแท่งนั้นพุ่งทะลุ Swing High หรือ Swing Low สำคัญออกไปได้ → ผ่านเกณฑ์ข้อที่ 1 ตีกรอบ FVG รอไว้ได้เลย
ขั้นที่ 2: เช็กว่ามี "ฐานก้อน Volume (HVN / POC หรือ Order Block)" หนุนหลัง FVG อยู่ไหม
ช่องว่าง FVG ที่แข็งแกร่งที่สุด คือช่องว่างที่อยู่ติดกับ "ฐานต้นกำเนิดที่มีก้อน Volume สะสมหนาแน่น (Order Block หรือ POC)" (วิธีเช็กว่า Order Block ไหนของจริง ผมเขียนไว้ในOrder Block ดูยังไง):
- เวลาที่ราคาย่อตัวกลับลงมาเติมเต็มช่องว่าง FVG (ซึ่งเป็นร่อง LVN) ราคามักจะวิ่งเข้ามาชนขอบก้อน Volume หนาแน่นที่อยู่ตรงก้นของ FVG แล้วเด้งกลับตรงจุดรอยต่อนั้นพอดี
ขั้นที่ 3: สังเกตอาการตอนราคาย้อนกลับมาเติมช่องว่าง (Mitigation with Dry Volume)
เมื่อราคาย่อตัวไหลกลับเข้ามาในกรอบ FVG ที่เรามาร์กไว้ ให้ดูความสูงของแท่ง Volume ในขาที่ย่อกลับมานี้:
- อาการที่ปลอดภัย: ราคาค่อยๆ ไหลย้อนเข้ามาในช่องว่าง FVG ด้วยแท่งเทียนที่สั้นลงและ Volume ที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ (Low-Volume Pullback) แปลว่าเป็นการย่อตัวเพื่อมาเติมสภาพคล่องตามปกติ
- เมื่อราคาแตะเข้ามาในครึ่งบนหรือกึ่งกลางของ FVG (50% Consequent Encroachment) แล้วเกิดแท่งไส้ยาวปฏิเสธราคาหรือแท่งปิดกลับตามเทรนด์หลัก นั่นคือสัญญาณยืนยันให้เข้าเทรดครับ
ขั้นที่ 4: วาง Stop Loss หลังฐานโครงสร้างของ FVG และคำนวณขนาด Lot = 1R
เมื่อกดเข้าออเดอร์แล้ว จุดวาง Stop Loss (SL) ที่ปลอดภัยคือ วางไว้หลังจุดต่ำสุดของแท่งที่ 1 (จุดเริ่มต้นของชุดสร้าง FVG) หรือหลังก้อน Order Block ที่หนุนหลังอยู่ ไม่ควรวาง SL ไว้แค่ขอบล่างของช่องว่าง FVG เป๊ะๆ เพราะราคามักจะลงมาเติมเต็มช่องว่างจนสุดขอบแล้วค่อยเด้งขึ้น จากนั้นคำนวณขนาด Lot ให้เสียไม่เกิน 1R เสมอครับ
ตัวอย่างการวางแผนเทรดจริงด้วย FVG + Volume: กรณีศึกษา XAUUSD และ EURUSD
ลองมาดูตัวอย่างการคัดกรอง FVG และการคำนวณตัวเลข R-Multiple บนทองคำและคู่เงินหลักครับ (ตัวเลขสมมติเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน)
กรณีศึกษาที่ 1: เทรด Bullish FVG ที่มี Volume หนุนบนทองคำ (XAUUSD) ไทม์เฟรม M15
- ขั้นที่ 1 & 2 (คัดกรอง FVG):
- เวลา 15:00 น. ทองคำพุ่งออกจากฐานสะสมที่ระดับ 2,638.00 ทะลุ High เดิมที่ 2,644.00 ขึ้นไปถึง 2,650.00 ดอลลาร์
- แท่งที่ 1 มี High อยู่ที่ 2,641.50 และแท่งที่ 3 มี Low อยู่ที่ 2,645.50 ทำให้เกิดช่องว่าง Bullish FVG ที่กรอบ 2,641.50 – 2,645.50
- เช็ก Volume ของแท่งที่ 2 พบว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2.3 เท่า และใต้ระดับ 2,641.50 มีเส้น POC ของก้อนสะสมหนุนหลังอยู่ จึงเป็น FVG เกรด A+
- ขั้นที่ 3 (ย่อตัวเติมช่องว่างด้วย Volume แห้ง):
- เวลา 16:00 น. ราคาทองคำค่อยๆ ย่อตัวลงมาจาก 2,650.00 เข้ามาในกรอบ FVG จนแตะแถวกึ่งกลางของกรอบที่ราว 2,643.50 ด้วย Volume ที่แห้งลงเหลือไม่ถึงครึ่งของค่าเฉลี่ย
- แท่ง M5 ดึงไส้ล่างกลับและปิดเป็นแท่งเขียวที่ 2,644.20
- ขั้นที่ 4 (กดเข้าและคำนวณความเสี่ยง 1R):
- ผมกดเข้า Buy ที่ 2,644.20
- วาง Stop Loss (SL) ที่ 2,640.20 (ใต้ขอบล่าง FVG ที่ 2,641.50 และใต้ฐานย่อย รวมระยะ SL = 4.00 ดอลลาร์ หรือ 400 จุด)
- สำหรับพอร์ต $10,000 ที่ตั้งความเสี่ยง 1R = $100 คำนวณขนาดสัญญาได้ 100 ÷ 400 จุด = 0.25 Lot (ทองคำ 1 Lot ขยับ 1 จุด = $1)
- ตั้งเป้าทำกำไร (TP) ที่โซนต้านถัดไปบริเวณ 2,656.20 (ระยะกำไร +12.00 ดอลลาร์) ถ้าถึงเป้าจะได้ +3.0R (+$300)
กรณีศึกษาที่ 2: เทรด Bearish FVG บนคู่เงิน EURUSD ช่วงตลาดนิวยอร์ก
- การเกิด Bearish FVG: EURUSD ทุบหลุดแนวรับ 1.08600 ลงมาอย่างแรงด้วยแท่งแดงยาวที่มี Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า ทิ้งช่องว่าง Bearish FVG ไว้ที่กรอบ 1.08520 – 1.08640
- จังหวะเด้งเติม FVG: ราคาเด้งกลับขึ้นมาแตะในกรอบ FVG ที่ระดับ 1.08590 ด้วย Volume ที่บางเฉียบ แล้วเกิดแท่งแดงกลืนกินปิดกลับลงมาที่ 1.08540
- การเข้า Sell และคำนวณ R:
- เข้า Sell ที่ 1.08540 วาง SL เหนือขอบบน FVG และจุดเริ่มทุบที่ 1.08660 (ระยะ SL = 12 pips หรือ 120 จุด)
- ด้วยความเสี่ยง 1R = $100 เปิดขนาดสัญญา 100 ÷ (12 pips × $10) = 0.83 Lot และถือไปทำกำไรที่ 1.08180 (ระยะ +36 pips หรือ +3.0R)
3 กับดักของการตีกรอบ Fair Value Gap (FVG) ที่มือใหม่ต้องระวัง
- ตี FVG ทุกช่องบนกราฟ M1 และ M5 จนเต็มหน้าจอ: เมื่อคุณตีกล่อง FVG ทิ้งไว้เป็นสิบกล่อง คุณจะเกิดความลังเลและไม่กล้าถือออเดอร์รันกำไรเพราะเห็นกล่อง FVG ขวางอยู่ทุกๆ 2 ดอลลาร์ วิธีแก้คือให้ตีเฉพาะ FVG ที่มี Volume พุ่งสูงเกิน 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ยและเกิดจังหวะทำลายโครงสร้างหลักเท่านั้น
- เข้าเทรดที่ FVG ปลายเทรนด์ (Exhaustion FVG): หากราคาวิ่งขึ้นติดต่อกันมาแล้ว 3–4 คลื่นโดยไม่พัก แล้วเกิดช่องว่าง FVG ช่องที่ 4 ใกล้โซน Supply ใหญ่ ช่องว่างสุดท้ายนั้นมักจะไม่ใช่จุดรับซื้อเพื่อไปต่อ แต่เป็นช่องว่างจากการเร่งซื้อครั้งสุดท้ายก่อนทุบกลับ จึงควรโฟกัสเฉพาะ FVG ช่องแรกที่เกิดใกล้ฐานต้นกำเนิดรอบ (Origin FVG)
- ตั้ง SL ชิดขอบ FVG เกินไปโดยไม่เผื่อฐาน Order Block: บ่อยครั้งที่ราคาทะลุขอบล่างของช่องว่าง FVG ลงไปแตะก้อน Order Block หรือเส้น POC ที่อยู่ติดกันด้านหลังแล้วค่อยพุ่งขึ้น การวาง SL ไว้หลังฐาน Order Block แล้วคำนวณขนาด Lot ให้เท่ากับ 1R จะช่วยให้คุณไม่โดนสะบัดกิน SL ง่ายๆ ครับ (อ่านเรื่องการกวาด SL ต่อได้ที่Stop Hunt และ Liquidity Sweep คืออะไร))
เช็กลิสต์ 5 ข้อในการคัดกรอง Fair Value Gap (FVG) ก่อนเข้าเทรด
- แท่งเทียนตรงกลาง (แท่งที่ 2) ที่สร้างช่องว่าง FVG มีแท่ง Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 แท่งอย่างน้อย 1.5 เท่าใช่หรือไม่?
- ชุดแท่งเทียนที่สร้าง FVG นั้นได้พุ่งทำลายโครงสร้างสำคัญ (BOS หรือ CHoCH) ออกไปอย่างชัดเจนใช่ไหม? (ไม่ใช่ FVG เล็กๆ ที่เกิดกลางกรอบไซด์เวย์)
- ช่องว่าง FVG นี้ยังเป็นช่องว่างสดใหม่ที่ราคายังไม่เคยวิ่งย้อนกลับมาเติมเต็มจนทะลุไปแล้วใช่หรือไม่?
- ตอนที่ราคาย้อนกลับมาเข้ากรอบ FVG ปริมาณ Volume ลดต่ำลง และเกิดแท่งเทียนปฏิเสธราคายืนยันแล้วใช่ไหม?
- วาง SL ไว้หลังฐานของชุดแท่งเทียนที่สร้าง FVG (เผื่อให้ราคาเติมช่องว่างได้เต็มที่) และคำนวณขนาด Lot เท่ากับ 1R แล้วใช่หรือไม่?
FAQ
ทำไมบางครั้งมีช่องว่าง FVG ซ้อนกันอยู่ 2–3 ช่องในขาพุ่งเดียวกัน เราควรเลือกรอที่ช่องไหนดีที่สุด?
ให้เลือกรอที่ "ช่องว่าง FVG ช่องที่อยู่ใกล้ฐานต้นกำเนิดมากที่สุด (Extreme FVG) และมี Volume ในการพุ่งออกสูงที่สุด" ครับ เพราะช่องว่าง FVG ที่อยู่ตรงกลางทางหรือปลายทาง มักจะกลายเป็นเพียงจุดล่อสภาพคล่อง (Inducement) ที่ราคามักจะวิ่งทะลุลงมากวาด SL เพื่อลงมาหาฐาน Order Block และ FVG ตัวล่างสุดที่มีก้อน Volume ของรายใหญ่หนุนหลังอยู่ครับ
จำเป็นต้องรอให้ราคาลงมาปิดช่องว่าง FVG จนครบ 100% ทุกครั้งไหม ถึงจะเด้งกลับ?
ไม่จำเป็นต้องครบ 100% ทุกครั้งครับ จากที่ผมสังเกต จุดที่ราคามักจะมีปฏิกิริยามากที่สุดในกรอบ FVG มี 2 จุด คือ 1) ขอบแรกของช่องว่าง FVG (ในวันที่เทรนด์แรงมาก) และ 2) จุดกึ่งกลาง 50% ของช่องว่าง FVG ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ เมื่อราคาแหย่เข้ามาในกรอบ FVG แล้ว ให้ดูที่ไทม์เฟรมเล็ก (M5) ว่าราคาเริ่มเกิดแท่งปฏิเสธและปิดกลับตรงส่วนไหนของ FVG แล้วค่อยกดเข้าตามสัญญาณจริงครับ
ถ้าราคาพุ่งทะลุกรอบ FVG ไปแบบเต็มแท่งพร้อม Volume สูง แปลว่า FVG นั้นเสียแล้วใช่ไหม?
ใช่ครับ หากราคาไม่ได้ค่อยๆ ย่อตัวเข้ามาเติม FVG ด้วย Volume เบา แต่กลับพุ่งทะลุกรอบ FVG ไปอีกฝั่งด้วยแท่งเทียนตัวยาวและ Volume หนาแน่น แปลว่าช่องว่าง FVG นั้นถูกทำลายแล้ว (ในแนวคิด SMC บางครั้งช่องว่างที่ถูกทะลุด้วยแรงส่งจะสลับขั้วกลายเป็น Inversion FVG หรือ IFVG ครับ)
FVG ในไทม์เฟรมไหนมีความน่าเชื่อถือและใช้งานได้คุ้มค่า R มากที่สุด?
แนะนำให้มาร์กกรอบ FVG จากไทม์เฟรม H4, H1 หรือ M15 เป็นหลักครับ เพราะช่องว่างในไทม์เฟรมเหล่านี้เกิดจากเม็ดเงินก้อนใหญ่ของเซสชันหลัก ส่วนช่องว่าง FVG ในไทม์เฟรม M1 นั้นเกิดขึ้นแทบทุกนาทีจากความผันผวนของสเปรด จึงมีสัญญาณหลอกสูงเกินไปหากไม่มีโซนใหญ่รองรับครับ
ถ้าเราใช้ Volume Profile อยู่แล้ว ช่องว่าง FVG จะตรงกับส่วนไหนของ Volume Profile?
ตรงกับบริเวณ "ร่องเว้าที่ Volume บาง (Low Volume Node — LVN) ที่คั่นอยู่หน้าก้อน Volume หนาแน่น (HVN / POC)" พอดีเลยครับ ถ้าเข้าใจทั้งสองแบบ คุณจะเห็นเลยว่า FVG และ LVN กำลังบอกเรื่องเดียวกันคือ "ช่วงราคาที่วิ่งเร็วเกินไปจนตลาดต้องการย้อนกลับมาทดสอบฐาน HVN ที่อยู่ด้านหลัง" นั่นเองครับ
สรุป
Fair Value Gap (FVG) จะเปลี่ยนจากช่องว่างธรรมดาที่โดนทะลุบ่อยๆ กลายเป็นโซนเข้าเทรดที่ทรงพลังทันที เมื่อคุณนำ Volume เข้ามาเป็นตัวคัดกรองครับ จงเลือกเฉพาะช่องว่าง FVG ที่เกิดจากแท่งพุ่งทำลายโครงสร้างพร้อม Volume ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย, มีฐานก้อน Volume หนุนหลัง, รอให้ราคาย้อนกลับมาเติมช่องว่างด้วย Volume ที่แห้งลง และวาง SL หลังฐานด้วยความเสี่ยง 1R เสมอ เท่านี้กราฟของคุณจะเหลือแต่ FVG ที่มีเหตุผลรองรับ ไม่ต้องดักทุกช่องอีกต่อไปครับ
ถ้าอยากเห็นการอ่าน Volume คู่กับโครงสร้างบนกราฟจริงเพิ่มเติม ผมลงคลิปไว้ที่ช่อง YouTube Volume Trader Thailand ครับ
อ่านต่อ: บทความที่เกี่ยวข้อง
- Order Block ดูยังไง คัด OB ของจริงด้วย Volume
- Demand Supply Zone คืออะไร
- Stop Hunt และ Liquidity Sweep คืออะไร
- Volume คืออะไร ดูวอลุ่มยังไง
- Volume Profile คืออะไร (POC, HVN, LVN)
- เครื่องมือคำนวณ Lot และ R ที่ผมใช้
VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิกแล้ว รุ่นสองกำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ ลงชื่อรอรุ่นสอง เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที
เนื้อหาเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง
รุ่นใหม่ใกล้เปิดแล้ว
VT School ตอนนี้ปิดรับสมาชิก ลงชื่อไว้ เปิดเมื่อไหร่ ผมแจ้งทันที
ลงชื่อรอรุ่นสอง ›